ยืดผมมา..ผมนี่ช็อตเลย

ยืดผมมา..ผมนี่..ช็อตเลย

การยืดผมถาวร ถือเป็นนวัตกรรมในการจัดระเบียบเส้นผม ทำให้เส้นผมเหยียดตรงได้อย่างถาวร แม้ผมจะหยิกมากก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้ง กว่าจะได้ เส้นผมที่เหยียดตรงสวยงามมานั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย หากพูดถึงความเสี่ยงที่ ทั้งในเรื่อง สุขภาพเส้นผม หนังศีรษะ และ อาการแพ้สารเคมีบางซึ่ง แม้จะไม่เกิดขึ้นกับทุกคนที่ยืดผมเสมอไป แต่ก็ไม่ได้หมายทุกคนที่ยืด จะไม่มีโอกาสเสี่ยง กับ ปัญหา ผมช็อต ผมเสีย ผมร่วง ผมบาง เลย

เพราะในน้ำยายืดผม มีสารจำพวก sodium hydroxide, guanidine hydroxide ,ammonium thioglycolate เป็นส่วนผสมหลัก มีความเป็นด่างสูง ฤทธิ์ในการ กัด ละลาย และบล็อค โดยการ แทรกซึมเข้าจาก ชั้นนอกของเส้นผม เข้าสู่แกนกลาง เพื่อไปเปลี่ยนโครงสร้างเส้นผม ให้อ่อนลง จากนั้นทำการบล็อคให้โครงสร้างเส้นผมอยู่ในลักษณะเหยียดตรง ซึ่งเมื่อสารเคมีกลุ่มนี้ทำปฎิกิริยากับเส้นผมจะมีผล ทำให้เส้นผม แข็งทื่อ ไม่มีชีวิตชีวา แห้งสาก ขาดง่าย  และหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นของสารมาก และใช้เวลาในการยืดผมนานเกินไป ก็จะทำให้ โคนผมหัก หรือ เส้นผมช็อต ผมร่วง ได้ค่ะ

 

ผลกระทบ จากการย้อมสีผม

ผลกระทบ จากการย้อมสีผม

ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม  ที่ทำสีผมแล้ว สีสวย ติดทนนาน นั้น ส่วนใหญ่ จะมีส่วนผสมที่ประกอบไปด้วย สาร PPD ,แอมโมเนีย,ไฮโดรเปอร์ออกไซด์ และสารจำพวกโลหะหนัก  มีลักษณะการออกฤทธิ์ ที่คล้ายคลึงกัน และบางตัวก็เอื้อต่อการออกฤิทธิ์ซึ่งกันและกัน จนทำให้เปลี่ยนสภาวะเป็น กรด และด่าง และเข้าไปกัดกร่อนชั้นนอกของเส้นผมให้เกิดการบวม ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเปิดทางให้สีผมแทรกซึมเข้าสู่ผมชั้นใน และเกาะติดอยู่อย่างถาวร แต่ทราบหรือไม่คะว่า ผลกระทบที่เกิดจาก การสัมผัสสารเคมีเหล่านี้ ส่งผลเสียทั้ง เห็นได้ชัด และในระยะยาว อีกด้วย  เพราะสารเหล่านี้ เป็นสารเคมีที่ก่อให้เกิดพิษ อาการแพ้ ด้วยคุณสมบัติในการกัดกร่อน ที่ไม่เพียงแต่ กัดกร่อน แค่ ชั้นนอกของเส้นผมเท่านั้น มันยังสามารถซึมลึกเข้าไปกัดกร่อนได้ถึง ชั้นในของเส้นผม ทำให้ เส้นผม เกิดการ เปราะ พรุนเป็นรู กักเก็บความชุ่มชื้นไม่ได้  จนสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนหลังทำสีว่า เส้นผมหยาบกระด้าง แตกปลาย ชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก และขาดง่าย   ผลกระทบจากการทำสรผม และสารเคมีที่มีอยู่ใน ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ยังสร้างปัญหาให้กับหนังศีรษะอีกด้วย นั่นก็คือ เมื่อสารเคมีเหล่านั้นสัมผัสกับหนังศีรษะ จะเกิดอาการแสบๆคัน และหากยังตกค้างอยู่ บริเวณหนังศีรษะ มันจะยังไม่หมดฤทธิ์ไปในทันใด แต่มันยังทำปฎิกิริยา ทำการกัดกร่อนหนังศีรษะ จนทำให้เกิดการแพ้ เป็นผื่นแดง บางคนมีอาการหนังศีรษะลอก เกิดเป็น รังแค และ บางคนมีหนังศีรษะมันผิกปกติ นั่นเป็นเพราะ ต่อมไขมันสร้างน้ำมันมาเพื่อปกป้องหนังศีรษะนั่นเองค่ะ จากที่อธิบายมาข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นหลังจากทำสีผมในระยะแรกๆ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาเท่านั้น แต่ด้วยประสิทธิภาพของสารเคมีที่  มันสามารถซึมลึกเข้าไปในรูขุมขนและเกาะติด กัดกร่อน ทำลายโครงสร้างโพรงผม ทำให้โพรงผมอักเสบ เมื่อโพรงผมอักเสบจึงเกิดการบิดเบี้ยวผิดรูป ซึ่งโพรงผมเปรียบเสมือน แม่แบบของเส้นผม เมื่อผมเส้นใหม่งอกขึ้นมา จะทำให้เส้นผมผิดรูป หงิกงอ อย่างทีหลายๆคนเรียกว่า ผมคัน นั่นเองค่ะ ความเสียหาไม่ได้เกิดขึ้นกับ เส้นผม หนังศีรษะ โพรงผม เท่านั้น เกิดขึ้นกับรากผมอีกด้วย สารเคมีเมื่อซึมผ่านรูขุมขน เข้าสู่โพรงผมแล้ว ก็จะซึมเข้าไปกัดกร่อนรากผม เมื่อรากผมให้เกิด ความเสียหายจึงเกิดความอ่อนแอ  ไม่สามารถสร้างเส้นผมที่สมบรูณ์ดังเดิม จะส่งผลทำให้ เส้นผม หลุดร่วง  และ เมื่อผมเส้นใหม่เกิดขึ้นก็จะมีลักษณะ เล็กลีบ ไม่สมบรูณ์ มีอายุสั้น และหลุดร่วงได้ง่าย  จนเกิดเป็นปัญหา ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะอักเสบ และ หนังศีรษะล้าน   ผลกระทบจากการย้อมสีผม เรียกได้ว่าเป็นปัญหาซึมลึก ที่นอกจากส่งผลต่อเส้นผม และหนังศีรษะ ที่สัมผัสกับสารเคมีโดยตรงแล้ว ยังส่งผลต่อส่วนต่างๆที่อยู่ใต้ผิวหนังด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาวด้วย ดังนั้น หากหลีกเลี่ยงในการย้อมสีผม ไม่ได้ ควรศึกษาส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ย้อมผม และควร หลีกเลี่ยง ผลิตภัณฑ์ที่มี  สารก่อพิษส่วนประกอบ และก่อนที่จะทำการย้อมสีผม ควรมีการ ทดสอบการแพ้ ก่อนและ หลังจากการย้อมสีผมทุกครั้ง ควรมีการบำรุงเส้นผม โดยการใช้ คอนดิชั่นเนอร์ ที่มีคุณสมบัติคืน ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม เพื่อป้องกัน เส้นผมแตกปลาย และชี้ฟูไม่มีน้ำหนักค่ะ ดังนั้น การขจัดสารเคมีที่ตกค้างและไขมันที่อุดตันรูขุมขน   จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่ ย้อมสีผม ควรทำ เพราะ การสระผมปกติ ไม่สามารถชำละล้าง สารเคมีที่ซึมเข้าไปเกาะติดบริเวณรูขุมขน และโพรงผมได้  และเพื่อเป็นการป้องกัน การสูญเสียเส้นผมในอนาคตและป้องกันไม่ให้รากผมอ่อนแอ ควรมีการบำรุงรากผมให้แข็งแรงควบคู่ไปด้วย และ หากคุณมองหา ผลิตภัณฑ์ที่ทั้งขจัดสารเคมี และบำรุงรากผมใน1เดียว  เราขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์ นาโนเวช เซรั่มบำรุงรากผม สูตร EXtar เป็นสูตรที่สกัดจากสารธรรมชาติ 100% ด้วยเทคโนโลยีนาโน ทำให้มีโมเลกุลเล็ก สามารถซึมเข้าขจัดไขมัน และ สารเคมีทีอุดตันบริเวณรูขุมขน ทั้งสามารถซึมลึกเข้าสู่ผิวหนังเพื่อบำรุงรากผม ได่อย่างมีประสิทธิ ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง แม้คนที่แพ้ง่าย หรือ คุณแม่ตั้งครรภ์ ค่ะ

สารเคมีตัวร้าย ทำลายเส้นผมและหนังศีรษะ

สารก่อพิษ ผื่นแพ้สัมผัส ในยาย้อมผม

สารก่อพิษ ผื่นแพ้สัมผัส ในยาย้อมผม

เปลี่ยนสีผมทั้งที ใครๆก็อยากได้ สีที่ติดทนนาน นะคะ แม้จะทราบดีว่า การทำสีผมนั้น ผลเสียที่จะเกิดกับ เส้นผม และหนังศีรษะนั้นมีมากมายเหลือเกินก็ตาม

และหลายคนที่เคยมีประสบการณ์เปลี่ยนสีผม ย้อมสีผมบ่อยๆจะทราบถึงผลลัพธ์ หลังจากเส้นผมและหนังศีรษะสัมผัสกับสีผม เป็นอย่างดี การเปลี่ยนแปลงสิ่งแรกที่เห็นและรู้สึกได้ชัดเจน นั้่น ก็คือ เส้นผม มีความหยาบกระด้าง และระหว่างการทำสีผม มีอาการ แสบๆคันๆที่บริเวณหนังศีรษะ บางรายรุนแรง ขั้น เป็นแผลผื่นแดง ผมร่วง ผมบาง ก็มีให้เห็นมากมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ มีผลมาจากสารตัวไหน ในบทความนี้ เราจะพูดถึงประเด็นนี้กันค่ะ

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม หรือ ยาย้อมผม ได้แบ่งออกเป็น3กลุ่มด้วยกันค่ะ มีทั้ง ชนิดชั่วคราว เป็นชนิดที่สีจะเคลือบอยู่เฉพาะชั้นบนของเส้นผมเท่านั้นเมื่อ สระออกด้วยแชมพู เพียง 1-2ครั้ง สีก็จะหลุดออกไป ชนิด กึ่งถาวร ประกอบด้วยสีมีโมเลกุลขนาดเล็กสามารถซึมเข้าสู่ ชั้นกลางของเส้นผมได้ และติดทนได้ ประมาณ 1-2เดือน แล้วก็จะค่อยๆหลุดออกไป และชนิด ถาวร ยาย้อมผมชนิดนี้จะติดทนอยู่บนเส้นผม มีทั้งแบบเคลือบและแบบซึมเข้าสู่เส้นผม เป็นชนิดที่เป็นที่นิยมในการเปลี่ยนสีผมมากที่สุด

ซึ่ง สารเคมีที่ก่อให้เกิดพิษ และเป็นอันตราย ต่อรากผม เส้นผม และหนังศีรษะ ที่ก่อให้เกิด ปัญหา ผมเสีย ผมร่วง ต่างๆ ตลอดจน ปัญหา ผมบาง มันรวมตัวกันอยู่ใน ยาย้อมผม ชนิด ถาวร ค่ะ

ในผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ชนิดถาวร  จะประกอบไปด้วย

  • พีพีดี (PPD; Para – Phenyhene Diamine ))
  • แอมโมเนีย (Ammonia)
  • ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide)

 

หลักการทำงานของสารเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์กัน  ซึ่งน้ำยาเปลี่ยนสีผมที่เราเห็นกันคุ้นตา จะแยกออกเป็น2ส่วน คือ

ส่วนที่1 จะประกอบไปด้วย ครีมสี ที่ใช้ในการเปลี่ยนสีผม  หรือที่เรียกว่า  สีพารา พีพีดี (PPD; Para – Phenyhene Diamine ) เป็นสารที่ช่วยให้สีผม ติดทนนาน เมื่อรวมตัวกับ แอมโมเนีย (Ammonia) สภาวะจะกลายเป็นด่าง มีผลทำให้ผมชั้นนอกเกิดการบวมและแยกออก ทำให้สีซึมผ่านเข้าสู่ผมชั้นกลางของเส้นผม และหากมีความเป็นด่างสูงมากก็จะไปละลาย ชั้นนอกของเส้นผมส่งผลให้ เส้นผมหยาบกระด้าง หรือที่เรียกว่า ผมช็อต นั่นเองค่ะ

ส่วนที่2 เป็นส่วนของน้ำยาโกรกผม จะประกอบไปด้วย ไฮโดรเจนเปอร์ไซด์ (Hydrogen Pexroxide) ซึ่งเป็นสาร ออกซิไดซ์ ทำหน้าที่เข้าไปทำลายเม็ดสีธรรมชาติ(เม็ดสีเมลานินของเส้นผม) ทำให้สีผมอ่อนลง ง่ายต่อการเปลี่ยนสี และมีหน้าที่ในการทำปฎิกิริยากับ พีพีดี (PPD; Para – Phenyhene Diamine ) หรือ สีพารา ทำให้เกิดเป็นสีย้อมผม

 

หากพิจารณาหลักการทำงานของสารเหล่านี้จะพบว่า คุณสมบัติอันโดดเด่นและเห็นได้ชัดที่สุด คือ กัดกร่อนเพื่อการทำลายโครงสร้างเส้นผมเพื่อเปิดทางให้สีย้อมผมซึมเข้าสู่ ผมชั้นในให้ได้มากที่สุด ทราบกันอย่างนี้แล้ว พอจะนึกออกแล้วหรือยังคะว่า สารตัวไหนที่เป็นตัวการทำลายเส้นผม และหนังศีรษะของเรา …ก็ทั้งหมดนี่แหล่ะค่ะ ดังนั้น  ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนสีผม ควรเลือกผลิตภัณฑ์และพิจารณาส่วนผสมของสารบางตัวให้ดี เพราะสารบางตัว เช่น  ไฮโดรเจนเปอร์ไซด์ (Hydrogen Pexroxide) หากมีความเข้มข้นสูงเกิน6% อาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองของหนังศีรษะ  และทำให้เส้นผมเกิดอาการช็อก และผมหลุดร่วงได้นะคะ

 

วิธีทำให้ผมยาวเร็ว

วีธีทำให้ผมยาวเร็ว ของท่านหญิง ท่านชาย

ใครที่อยากผมยาวเร็ว … มาทางนี้

เส้นผมจะมีรอบในการร่วง และงอก ของตัวเอง ซึ่ง ถ้าผมร่วงก็ควรจะร่วงเป็นปกติคือ ไม่เกิน 100 เส้น ต่อวัน

เวลาที่ผมร่วง สังเกตุว่า บางครั้ง มีเหมือนกับมีไขมัน ติดมาด้วย ตัวเราเองจึงควรมีการบำรุงรักษาเส้นผม และรากผมให้ดีอยู่เสมอเพื่อส่งเสริม วิธีทำให้ผมยาวเร็ว ของเราเห็นผลได้ดี ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

วิธีทำให้ผมยาวเร็ว ขั้นตอนที่ 1.สระผมให้สะอาด โดยเทยาสระผมลงที่มือก่อนแล้วจึง ขยี้ที่มือ ทำให้เกิดฟอง แล้วจึงชะโลมลงไปที่หนังศรีษะแล้วควรสระผมให้สะอาด 2-3 ครั้ง

วิธีทำให้ผมยาวเร็ว ขั้นตอนที่ 2.ใช้ครีมนวดผมเฉพาะที่ปลายผมเท่านั้น อย่าชะโลมลงไปที่หนังศีรษะเพราะจะทำให้เกิดไขมันอุดตันที่หนังศีรษะ แล้วเกิดอาการผมร่วง ผมยาวช้า ได้

วิธีทำให้ผมยาวเร็ว ขั้นตอนที่ 3.ควรมีการใช้ Treatment บำรุงรากผม และเส้นผมอย่างสม่ำเสมอ โดยดูที่สลาก เขี่ยนว่า บำรุงรากผม, Anti-Hair Loss

วิธีทำให้ผมยาวเร็ว ขั้นตอนที่ 4.ควรมีการคลึงนวดหนังศีรษะเบาๆ ทุกวัน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

วิธีทำให้ผมยาวเร็ว ขั้นตอนที่ 5. บำรุงรักษาร่างกาย หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารที่เป็นประโยชน์

สิ่งนี้จะทำให้คุณท่านหญิง ท่านชาย รู้จัก วิธีทำให้ผมยาวเร็ว เร่งผมยาว สมใจ เลยค่ะ

สารก่อพิษ

สารก่อพิษ ผื่นแพ้สัมผัส ในยาย้อมผม

เปลี่ยนสีผมทั้งที ใครๆก็อยากได้ สีที่ติดทนนาน นะคะ แม้จะทราบดีว่า การทำสีผมนั้น ผลเสียที่จะเกิดกับ เส้นผม และหนังศีรษะนั้นมีมากมายเหลือเกินก็ตาม

และหลายคนที่เคยมีประสบการณ์เปลี่ยนสีผม ย้อมสีผมบ่อยๆจะทราบถึงผลลัพธ์ หลังจากเส้นผมและหนังศีรษะสัมผัสกับสีผม เป็นอย่างดี การเปลี่ยนแปลงสิ่งแรกที่เห็นและรู้สึกได้ชัดเจน นั้่น ก็คือ เส้นผม มีความหยาบกระด้าง และระหว่างการทำสีผม มีอาการ แสบๆคันๆที่บริเวณหนังศีรษะ บางรายรุนแรง ขั้น เป็นแผลผื่นแดง ผมร่วง ผมบาง ก็มีให้เห็นมากมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ มีผลมาจากสารตัวไหน ในบทความนี้ เราจะพูดถึงประเด็นนี้กันค่ะ

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม หรือ ยาย้อมผม ได้แบ่งออกเป็น3กลุ่มด้วยกันค่ะ มีทั้ง ชนิดชั่วคราว เป็นชนิดที่สีจะเคลือบอยู่เฉพาะชั้นบนของเส้นผมเท่านั้นเมื่อ สระออกด้วยแชมพู เพียง 1-2ครั้ง สีก็จะหลุดออกไป ชนิด กึ่งถาวร ประกอบด้วยสีมีโมเลกุลขนาดเล็กสามารถซึมเข้าสู่ ชั้นกลางของเส้นผมได้ และติดทนได้ ประมาณ 1-2เดือน แล้วก็จะค่อยๆหลุดออกไป และชนิด ถาวร ยาย้อมผมชนิดนี้จะติดทนอยู่บนเส้นผม มีทั้งแบบเคลือบและแบบซึมเข้าสู่เส้นผม เป็นชนิดที่เป็นที่นิยมในการเปลี่ยนสีผมมากที่สุด

ซึ่ง สารเคมีที่ก่อให้เกิดพิษ และเป็นอันตราย ต่อรากผม เส้นผม และหนังศีรษะ ที่ก่อให้เกิด ปัญหา ผมเสีย ผมร่วง ต่างๆ ตลอดจน ปัญหา ผมบาง มันรวมตัวกันอยู่ใน ยาย้อมผม ชนิด ถาวร ค่ะ

ในผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ชนิดถาวร  จะประกอบไปด้วย

  • พีพีดี (PPD; Para – Phenyhene Diamine ))
  • แอมโมเนีย (Ammonia)
  • ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide)

ฮอร์โมนเพศชายส่งผลให้ผมร่วงจริงหรือ

หลักการทำงานของสารเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์กัน  ซึ่งน้ำยาเปลี่ยนสีผมที่เราเห็นกันคุ้นตา จะแยกออกเป็น2ส่วน คือ

ส่วนที่1 จะประกอบไปด้วย ครีมสี ที่ใช้ในการเปลี่ยนสีผม  หรือที่เรียกว่า  สีพารา พีพีดี (PPD; Para – Phenyhene Diamine ) เป็นสารที่ช่วยให้สีผม ติดทนนาน เมื่อรวมตัวกับ แอมโมเนีย (Ammonia) สภาวะจะกลายเป็นด่าง มีผลทำให้ผมชั้นนอกเกิดการบวมและแยกออก ทำให้สีซึมผ่านเข้าสู่ผมชั้นกลางของเส้นผม และหากมีความเป็นด่างสูงมากก็จะไปละลาย ชั้นนอกของเส้นผมส่งผลให้ เส้นผมหยาบกระด้าง หรือที่เรียกว่า ผมช็อต นั่นเองค่ะ

ส่วนที่2 เป็นส่วนของน้ำยาโกรกผม จะประกอบไปด้วย ไฮโดรเจนเปอร์ไซด์ (Hydrogen Pexroxide) ซึ่งเป็นสาร ออกซิไดซ์ ทำหน้าที่เข้าไปทำลายเม็ดสีธรรมชาติ(เม็ดสีเมลานินของเส้นผม) ทำให้สีผมอ่อนลง ง่ายต่อการเปลี่ยนสี และมีหน้าที่ในการทำปฎิกิริยากับ พีพีดี (PPD; Para – Phenyhene Diamine ) หรือ สีพารา ทำให้เกิดเป็นสีย้อมผม

หากพิจารณาหลักการทำงานของสารเหล่านี้จะพบว่า คุณสมบัติอันโดดเด่นและเห็นได้ชัดที่สุด คือ กัดกร่อนเพื่อการทำลายโครงสร้างเส้นผมเพื่อเปิดทางให้สีย้อมผมซึมเข้าสู่ ผมชั้นในให้ได้มากที่สุด ทราบกันอย่างนี้แล้ว พอจะนึกออกแล้วหรือยังคะว่า สารตัวไหนที่เป็นตัวการทำลายเส้นผม และหนังศีรษะของเรา …ก็ทั้งหมดนี่แหล่ะค่ะ ดังนั้น  ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนสีผม ควรเลือกผลิตภัณฑ์และพิจารณาส่วนผสมของสารบางตัวให้ดี เพราะสารบางตัว เช่น  ไฮโดรเจนเปอร์ไซด์ (Hydrogen Pexroxide) หากมีความเข้มข้นสูงเกิน6% อาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองของหนังศีรษะ  และทำให้เส้นผมเกิดอาการช็อก และผมหลุดร่วงได้นะคะ

วิธีดูแลเส้นผม เมื่อผมเปราะบาง

ฟื้นฟูผมเสีย ผมแตกปลาย ทำได้อย่างไร

ฟื้นฟู ผมเสีย ผมแตกปลาย ทำได้อย่างไร

อาการ เกี่ยวกับเส้นผม เพียงเล็กน้อย ที่ซึ่งแม้จะดูไม่น่าสร้างปัญหาให้ได้และปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม อย่างผมแตกปลาย แม้จะดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็เขาก็เป็นกัน แต่มันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นว่า หากคุณไม่หยุดทำลายเส้นผม และหนังศีรษะตัวเอง ผมร่วง ผมบาง อาจกำลังรอคุณอยู่ในอนาคตเก็เป็นได้ค่ะ

เพราะ ผมแตกปลาย เป็นอาการที่บ่งบอกว่าเส้นผมกำลังขาดความชุ่มชื้นอย่างหนัก จนทำให้เกิดปัญหาในส่วนเซลเส้นผมชั้นนอก คือ เกิดการแตก การแยกตัวออกจากกัน ทำให้เส้นผมเปราะบาง และไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ไม่ได้ เมื่อโดนความร้อน และ สารเคมี   เส้นผมจึง แห้ง ชี้ฟู และขาดง่ายซึง วิธีที่จะฟื้นฟูให้ผมแตกปลายกลับมามีสภาพที่ดีดังเดิมอย่างถาวรนั้นไม่มี แต่วิธีดูแลรักษาฟื้นฟูไม่ให้เส้นผมแตกปลายไปมากกว่าเดิมนั้น มีดังนี้ค่ะ

  1. หยุด! กิจกรรม การยืด ย้อม ดัด ทุกประเภท เพราะ ในน้ำยาเหล่านี้มาสารเคมีที่ทำให้เส้นผมเสียความชุ่มชื้น
  2. หากจำเป็นต้องพบเจอกับแสงแดดอันอบอ้าว ควรมีการกางร่ม หรือสวมหมวก เพื่อป้องกัน เส้นผมสัมผัสกับความร้อนโดยตรง และอย่าลืม ทำความสะอาด หมวกด้วยเพื่อป้องกันปัญหาความอับชื้น และเชื้อราในอนาคต
  3. ห้ามหวีผมขณะที่ผมเปียก หรือเช็ดผมขณะเปียกแรงๆ เพราะจำทำให้เกร็ดผม(ผมชั้นนอก) เกิดความเสียหาย
  4. หนุ่มสาวคนไหนชอบ ไดร์ผม เซ็ทผม โดยใช้ไดร์เป่าผม และเครื่องม้วนผม ควรมีการบำรุงเส้นผม ด้วย คอนดิชั่นเนอร์ที่มีคุณสมบัติ ป้องกันความร้อนและรักษาความชุ่มชื้น ทั้งนี้ ก็เพื่อ ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดจากความร้อนและการสูญเสียความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผม นอกจากนี้ การเล็มปลายผมในส่วนที่แตกปลาย จะช่วยให้ ผมดูมีสุขภาพและเป็นการป้องกันการฉีกขาดของเส้นผมลุกลาม
  5. รากผมเป็นจุดกำเนิดความแข็งแรงของเส้นผม ดังนั้น การบำรุงรากผม โดยการเติมวิตามินโดยตรงไปที่หนังศีรษะ จะช่วยให้เกิดการบำรุงได้อย่างทั่วถึงที่สุด ตั้งแต่ รากผมจนถึงเส้นผม

แม้ ผมแตกปลายมีสาเหตุมาจากหลายประการ แต่ก็สามารถแก้ไขและบำรุงให้เส้นผมกลับมาเงางามมีสุขภาพได้ และบางครั้งการมีเส้นผมที่ยาวเกินไปก็อาจทำให้รากผมส่งวิตามินไปสู่ปลายผมได้ไม่ทั่วถึง ดังนั้น การทานอาหารที่่มีประโยชน์ การรักษาความสะอาด อาจจะไม่เพียงพอ และ การปรนนิบัติเส้นผมที่ถูกวิธี จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบบยั่งยืน จึงจำเป็นจะต้องบำรุงตั้งแต่ รากผมจรด ปลายผม ค่ะ

ฮอร์โมนเพศชายส่งผลให้ผมร่วงจริงหรือ

ฮอร์โมนเพศชายส่งผลให้ผมร่วง จริงหรือ

ฮอร์โมนคือสารเคมีที่เกิดขึ้นในต่อมต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ต่อมเหล่านี้ผลิตฮอร์โมนและสารเคมีพวกนี้เข้าสู่กระแสเลือดกระจายไปทั่วร่างกาย ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดปัญหาศีรษะล้านคือฮอร์โมนที่เรียกว่า DHT(Dihydrotestosterone)
ซึ่งเปลี่ยนมาจากฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ซึ่งมีอยู่ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่สำหรับเพศหญิงจะมีอยู่เพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับเพศชาย และฮอร์โมนตัวนี้แหล่ะค่ะที่เป็นตัวสร้างลักษณะเด่นของเพศชาย เช่น หนวด เครา ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความสูงและน้ำหนัก เป็นต้น DHT ที่เปลี่ยนมาจากฮอร์โมน Testosterone นั้นหากมีอยู่ในร่างกายในปริมาณที่พอดี จะทำให้ผิว เกิดความชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากความเหี่ยวย่น แตกกร้าน เช่นเดียวกับบริเวณผิวหนังศีรษะ DHT จะออกฤทธ์ต่อต่อมไขมันในบริเวณรากผม เพื่อสร้างไขมันไว้ปกป้องหนังศีรษะไม่ให้แห้ง ขาดความชุ่มชื้น หล่อเลี้ยงเส้นผมมีสุขภาพดี ไม่แห้งเสีนขาดง่าย แต่ในทางกลับกัน หากมีมากเกินไปจะทำให้เกิดการสะสม อุดตัน และหากแบคทีเรียเข้าไปทำปฎิกิริยาแล้วปล่อยกรดออกมา ก็จะทำให้การอักเสบของผิวหนังและหนังศีรษะเกิดขึ้น

และจาก Testosterone ที่เป็นฮอร์โมนเปลี่ยนไปเป็น DHT หรือ Dihydrotestosterone โดยเอนไซม์ 5-Alpha reductase ซึ่งผลิดจากหมวกไต อัณฑะจากเพศชายและยังพบว่าผลิตจากรังไข่ของเพศหญิงได้อีกด้วย   ในผู้ชายพบว่าเอ็นไซม์นี้มีการทำงานมากขึ้นในบริเวณที่มี ผมร่วง  ฮอร์โมน DHT ทำให้เซลส์รากผมฝ่อลง และจะลดระยะการเจริญของผม โดยส่งผลทำให้ผมเข้าสู่ระยะพักตัวเร็ว ผมจึงหลุดร่วงเร็วและผลิตผมเส้นใหม่ขึ้นมาใหม่ แต่จะพบว่าเส้นผมจะมีขนาดเล็กและลีบลง จนในที่สุดผมจะบาง และศีรษะล้านไปในที่สุด

hat

หมวก กับ เชื้อรา ..สาเหตุสำคัญที่ทำให้ ผมร่วง

ประโยชน์ของหมวกแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับว่า ถูกออกแบบมาเพื่ออะไร อาจจะ แฟชั่น ป้องกันอุบัติเหตุ อันตราย หรือเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบทางราชการ ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเป็นหมวกประเภทไหนก็ตาม
หากไม่เคยทำความสะอาดบ้างเลย หมวกที่ช่วยเสริมบุคลิคภาพที่ดีแก่คุณ ก็สามารถกลายเป็นพาหนะ นำเชื้อรา อันเป็นสาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ คุณมีปัญหา ผมร่วง ศีรษะล้าน ได้เช่นกัน

หมวกที่มีอยู่ในปัจจุบัน แม้หน้าที่แตกต่างกันออกไป ถูกออกแบบโครงสร้าง และตัดเย็บด้วยวัสดุที่แตกต่างกันแค่ไหน แต่ส่วนใหญ่ภายในหมวก (ส่วนที่หุ้มศีรษะ) ก็จะถูกออกแบบให้สวมใส่สบายและอาจจะเสริมด้วยการซับเหงื่อได้ดี  โดยวัสดุส่วนใหญ่ที่เลือกใช้ทำหน้าที่นี้ ก็คือ ผ้าที่มีคุณสมบติ นุ่ม หรือ ฟองน้ำ  ซึ่ง ในส่วนนี้แหล่ะค่ะ หากไม่มีการถอดนำมาทำความสะอาดบ้าง หรือระบายความอับชื้นอันมาจากเหงื่อบ้าง จะกลายเป็นแหล่งสะสม ของเชื้อรา และเมื่อเรานำหมวกที่เต็มไปด้วย เชื้อรา มาสวมใส่ นานวันเข้า ปัญหาก็จะเริ่มสะสม จนเกิดปัญหา คันหนังศีรษะ รังแค ผมร่วง ศีรษะล้าน ในที่สุดค่ะ

พบปัญหาเชื้อรา บนหนังศีรษะ ที่เกิดจาก การสวมใส่ หมวกที่อับชื้น นั้น ส่วนมาก พบในคนที่มีการสวมหมวกและต้องพบเจอกับอากาศอบอ้าวอยู่เป็นประจำ เช่น อาชีพที่ต้องสวมหมวกกันน็อคและหมวกนิรภัย กีฬาบางประเภท เป็นต้น และอาการส่วนใหญ่ จะเริ่มจากการคันหนังศีรษะ มีรังแค ผมร่วงเป็นหย่อมๆ  และผมตรงกลางจะค่อยๆบางลงเรื่อยๆ จนศีรษะล้าน

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ ปัญหา เชื้อราบนหนังศีรษะ  อันมีผลมาจาก การใส่หมวก เกิดขึ้น นอกจากดูแลความสะอาดหนังศีรษะของตัวเองแล้ว การดูแลความสะอาดของหมวก ตลอดจนการจัดเก็บหมวกในที่ๆเหมาะสม จะช่วยให้ความเสี่ยง ลดน้อยลงได้

  1. ควรสระผมทุกครั้งหลังจากถอดหมวก และนำหมวกไปผึ่งอากาศ เพื่อระบายความอับชื้น
  2. ควรมีการซักทำความสะอาด อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และมีการผึ่งแดด สำหรับหมวกใบที่ใช้อยู่เป็นประจำ
  3. ในกรณีไม่สะดวกซัก หรือ ผึ่งแดด ควรใช้น้ำยา หรือเสปร์ยฆ่าเชื้อ ฉีดหลังจากใช้  ผึ่งลมให้แห้งเพื่อเป็นการขจัดกลิ่นอับชื้นและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อรา
  4. หมวกบางประเภท มีข้อจำกัด และวิธีการดูแลทำความสะอาดที่แตกต่าง บางชนิด การซัก หรือ การผึ่งแดดแรงๆ อาจจะทำให้เสื่อมสภาพได้เร็ว ดังนั้น ควรศึกษา และหาวิธีการทำความสะอาดที่เหมาะสม
  5. ไม่ควรจัดเก็บหมวกไว่ในที่อับ อากาศถ่ายเทน้อย หรือ อบอ้าว เกินไป

 

สำหรับคนที่มีปัญหา รังแค คันหนังศีรษะ ก็สามารถใช้ ผลิตภัณฑ์แชมพูที่เป็นสูตรขจัดรังแค  ร่วมกับ  ผลิตภัณฑ์ เซรั่ม นาโนเวช สูตร Anti-Dandruff ได้ ซึ่ง นาโนเวช สูตร Anti-Dandruff เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีตัวยา keteconazae และ  ZPT หรือ Zine Pyrithione อยู่ในหนึ่งเดียว ช่วยลดการอักเสบและการหลุดลอกของเซลผิวให้อยู่ในสภาวะปกติ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา อย่างอ่อนโยน ด้วยคุณสมบัติที่ได้จากการสกัดจากธรรมชาติ เป็น Organic 100% จึงไม่ทำให้เกิดการแพ้ และเป็นการบำรุงเส้นผม และหนังศีรษะไปในตัว ค่ะ

 

hot

อากาศอบอ้าว เหงื่อเยอะทำให้คันหนังศีรษะ เชื้อรา

อากาศเดี๋ยวนี้เปลี่ยนแปลงบ่อยนะคะ เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดร้อนจ้า แล้วอย่างนี้มีใครทีมักจะมีเหงื่อไหลจนศีรษะฉ่ำแถมยังมีอาการคันหนังศีรษะ

หรืออาการสิวอักเสบ บนหนังศีรษะบ้างไหมค่ะ หนังศีรษะเราเป็นส่วนที่มีรูขุมขนมากที่สุดและใหญ่ที่สุด แถมไม่พอมีจำนวนขนหรือเส้นผมปกคลุม

ยากต่อการทำความสะอาดมากที่สุด 1 รูขุมขน จะมี ต่อมไขมันและ ต่อมเหงื่อ อยู่เสมอ ต่อมไขมันมีหน้าที่ผลิตน้ำมันออกมาสร้างความแข็งแรงให้แก่

เส้นผม และต่อมเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อนให้แก่หนังศีรษะ เมื่ออากาศอบอ้าว หรือสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาจำนวนมาก ประกอบกับเหงื่อ ทำให้สภาพหนังศรีษะอยู่ในภาวะ ร้อนและชื้น และเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของ เชื้อแบททีเรีย อาการแสบ คันหนังศีรษะ จึงเกิดขึ้นค่ะ

และอีกอาการหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ นั่นก็คือ เกิดสิวอักเสบขึ้นบนหนังศีรษะ ปัจจัยอาจจะมาจาก การที่มีไขมันอุดตัน หรือสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันบริเวณรูขุมขน เมื่อเกิดความร้อนชื้น และมีแบททีเรียเข้าไปเจริญเติบโต จึงเกิดอาการติดเชื้อและมีการอักเสบเกิดขึ้น

 

ข้อปฎิบัติในการดูแลความสะอาดหากไม่อยากคันหนังศีรษะ และเป็นสิวอักเสบ

 

แม้เราจะไม่สามารถควบคุมสภาพอากาศและควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อได้ แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้ปัญหาคันหนังศีรษะและสิวอักเสบเกิดขึ้นได้โดยการ

  1. เมื่อจะต้องออกไปพบเจอกับแสงแดด ให้หาหมวก หรือ ร่ม ปกป้องหนังศีรษะสัมผัสแสงแดดโดยตรง ส่วนนี้จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากแสง UV ทั้งเรื่องผมเสียแห้งกรอบ หนังศีรษะระคายเคือง ด้วยค่ะ
  2. หลังจากออกไปเจออากาศอบอ้าวทุกครั้งให้สระผมและเป่าผมให้แห้งสนิททุกครั้ง เพื่อเป็นการทำความสะอาดคราบฝุ่นควันและคราบไขมันออกจากหนังศีรษะและเส้นผม และระงับการเจริญเติบโตของแบททีเรียไปในตัว
  3. หลีกเลี่ยงการเกา หรือการกระทำใดๆที่ทำให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคือง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ง่าย
  4. หากพบว่า มีอาการเป็นรังแค และมีอาการสิวอักเสบร่วมด้วย แนะนำให้รอให้อาการอักเสบลดลงเสียก่อนจากนั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์รักษารังแค ซึ่ง ผลิตภัณฑ์นั้นๆควรได้มาจากธรรมชาติหรือ เป็นธรรมชาติมากที่สุด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพ้จากการสัมผัสเคมี

 

นาโนเวช (สูตร anti-dandruff)เป็นเซรั่มเข้มข้น ในการขจัดรังแคมีส่วนผสมของ zincpyrithone and Ketconazole สองตัวนี้จะช่วย ลดการแบ่งตัวของเซลผิวหนัง ลดขุย และช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบททีเรียและเชื้อรา และด้วยคุณสมบัติของนาโนเวช (สูตร anti-dandruff)ทีเป็นสารสกัดจากรรมชาติ ทำให้มั่นใจว่าจะไม่ทำให้เกิด การแพ้ แม้ในกรณีที่เป็น คนแพ้ง่าย ค่ะ

การดูแลสุขภาพหนังศีรษะนอกจากจะต้องใส่ใจเรื่องสิ่งสกปรก ความมัน แล้วยังต้องใส่ใจเรื่องของ การอับชื้น ด้วยนะคะ

hat2

เชื้อรา กับ หมวกกันน็อค

เพราะชีวิตประจำวันของเรานั้น ต้องพบเจอแบททีเรียและเชื้อราอยู่เสมอไม่ว่าจะในอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ในครัว ห้องน้ำ เสื้อผ้า นะคะ ต่างก็มีโอกาสที่เชื้อราจะก่อตัวขึ้นได้ ด้วยปัจจัยทางด้าน ความชื้นและอาหาร และแม้แต่ในหมวกกันน็อคของนักซิ่งมอเตอร์ไซด์ที่มีไว้ป้องกันอุบัติเหตุ ก็มีโอกาสที่เชื้อราจะเข้ามาเจริญเติบโตสร้างความเสียหายให้แก่สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะของคุณได้เช่นกันค่ะ

ด้วยอากาศของประเทศไทยของเราเป็นแบบร้อนชื้น ทำให้สภาพอากาศเอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบททีเรียยิ่งนัก ประกอบกับ หมวกกันน็อคของนักซิ่งทั้งหลาย ออกแบบมาในลักษณะเซฟตี้ รัดกุม ไม่ว่าจะเป็นแบบ ครึ่งใบ เต็มใบ แม้จะมีรูระบายอากาศแต่ก็อาจไม่เพียงพอ และด้วยหมวกกันน็อคที่ประกอบไปด้วย วัสดุที่ทำจากผ้า เช่น “เบาะนวมหุ้มภายใน ” ที่มีหน้าที่ในการสร้างความนิ่มนวลขณะสวมใส่ เมื่อเจอกับเหงื่อ ก็จะเกิดการอับชื้นขึ้น หากไม่มีการ้องกันหรือขจัด ความอับชื้นที่หมักหมมอยู่ภายในหมวกกันน็อคออกไป เชื้อราก็จะเจริญเติบโตและสร้างปัญหาเรื่องกลิ่นอับชื้น และอาการคันหนังศีรษะ รังแค ให้กับคุณแน่นอนค่ะ

วิธีที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้เชื่อราเกิดขึ้นภายในหมวกกันน็อคของคุณนั้น มีดังนี้

  1. อย่าเก็บหมวกกันน็อคในที่อับชื้น
  2. ทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน อย่าปล่อยให้ความอับชื้นและสิ่งสกปรกสะสม
  3. ควรทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกโดยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดให้สะอาดแล้วน้ำไปผึ่งแดด อย่าสม่ำเสมอ
  4. ชิ้นส่วนภายในหมวก ส่วนใดถอดซักได้ ให้ถอดออกมาซักด้วยมือ แล้วน้ำไปตากแดดให้แห้งสนิท
  5. ชิ้นส่วนภายในส่วนใดที่ถอดไม่ได้ ให้นำผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ด หรือจะนำเครื่อดูดฝุ่น ดูดเอาฝุ่นออกแล้วนำไปตากแดดก็ได้
  6. ใช้เสปรย์ฆ่าเชื้อรา หรือ กำจัดกลิ่นอับชื้น ฉีด ทั้งชิ้นส่วนที่ถอดได้และถอดไม่ได้

 

Tips: การสวมหมวกไอ้โม่งก่อนจะสวมหมวกกันน็อคจะช่วยเรื่องของเหงื่อได้ดี  ช่วยให้ การดูแลรักษาง่ายขึ้น