ไขมันอุตัน

กระตุ้นรากผมให้แข็งแรง ทำอย่างไร

สาเหตุที่ทำให้รากผมเกิดความอ่อนแอ และส่งผลให้ผมร่วง ผมบาง นั้นมีหลายสาเหตุ มีทั้งจากภายในร่างกาย เช่นการทำงานผิดปกติของ ฮอร์โมน ที่มาจากพันธุกรรม และจากภายนอกอย่างการสัมผัสกับสารเคมี เป็นต้น และหลายปัจจัยที่ บางครั้งเราอาจมองข้ามไปเพราะคิดว่า ไม่มีอิทธิพลต่อการเสื่อมสภาพและทำให้ผมหลุดร่วงได้  นั่นก็คือ คราบสิ่งสกปรกและไขมันบาหนังศีรษะที่ชำละล้างออกไม่หมดนั่นเอง

เชื่อไหมว่า สิ่งสกปรกที่ต้องพบเจออยู่เป็นประจำ ประกอบกับต่อมไขมันและต่อมเหงื่อที่มีการขับไขมันและเหงื่ออกมาตลอดเวลานั้น เป็นตัวการสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เปอร์เซ็นต์การหลุดร่วงของเส้นผมมีมากขึ้น  และทำให้รากผมเกิดความอ่อนแอลง นั่นเป็นเพราะว่าจากการตกค้างของสิ่งสกปรกต่างๆในแต่ละวัน เข้าไปอุดตันในรูขุมขน ทำให้ ระบบการไหลเวียน อากาศ และอาหารไม่เพียงต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม

ไม่เพียงเท่านั้น ไขมันที่เข้าไปอุดตัน ยังนำเอาสิ่งสกปรกอีกทั้งแบททีเรีย เข้าไปก่อกวน เซลรากผมทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น  เมื่อปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ปัญหา เส้นผมเล็กลีบ และร่วงง่าย ก็จะเกิดขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีปัญหาหนังศีรษะมันอยู่ด้วยแล้ว  หากการทำความสะอาดไม่ทั่วถึง ก็จะเกิดการอุดตัน และภาวะ ผมบางผมร่วง จะเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติค่ะ

สร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผมออ่น

สร้างความแข็งแรงให้กับผมเส้นอ่อน ทำได้อย่างไร

เราทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เส้นผมนั้นมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในสังคมในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก้ดีกว่าไม่มี หรือมีน้อย แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบาง ผมยาวช้า นั้น นอกจากเส้นผมจะมีความสำคัญแล้ว ยังเป็นสิ่งที่หวงแหน  ที่เรียกได้ว่า แม้แต่ไรผม หรือผมเส้นอ่อน นั้น ก็ยังถือเป็นสิ่งล้ำค่า และรักเป็นอย่างมากเลยทีเดียว( เวอร์วัง)

เพราะ เส้นผม สำหรับคนที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบางนั้น การที่ จะฟื้นฟูให้ เส้นผมกลับมามีความสมบรูณ์ ดกดำได้อย่างเคยนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ บางคนต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกกับหลากหลาย ผลิตภัณฑ์ และวิธีการรักษา กว่าผมเส้นใหม่ หรือ ไรผม จะงอกขึ้นมาให้ชื่นใจ ก็ช้า ไม่ได้ดั่งใจ พอขึ้นมาได้ก็มีขนาดเล็กลีบ ไม่สบรูณ์ ยาวไม่เท่าไหร่ ก็หลุดร่วงลงไปอีก ซึ่งก็น่าเห็นใจนะคะ เพราะผมร่วง ผมบาง มีมากมายหลายสาเหตุ ทำให้ระยะเวลาในการฟื้นฟูของแต่ละคนมีมากน้อย ไม่เท่ากัน  การรักษา และการฟื้นฟูจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเข้าใจถึงสาเหตุ และมีหลักในการรักษาที่เหมาะสมอย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ

อย่างที่เราทราบกันดีค่ะว่า รากผมเป็นจุดกำเนิดของเส้นผม และรากผมต้องอาศัย เส้นเลือดฝอยในการลำเลียงอาหารมาหล่อเลี้ยง ซึ่งแน่นอนว่า นอกจาก การรักษาหรือ การฟื้นฟูความแข็งแรงของเส้นผม โดยการ ปรึกษาแพทย์ หลีกเลี่ยงสารเคมี และกิจกรรมย้อมสีผม ดัดผมต่างๆแล้ว   เราจำเป็นจะต้องมีการกระตุ้นรากผม และนำอาหารไปเลี้ยงรากผมให้เพียงพอ  เป็นสำคัญ ซึ่งการนวดคลึงที่หนังศีรษะก็เป็นวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยให้ ระบบการไหลเวียนของเลือดทั่วศีรษะคล่องตัวขึ้น ระบบประสาทเกิดการผ่อนคลาย  ทำให้รากผมได้รับสารอาหารดียิ่งขึ้น เส้นผมยาวเร็วขึ้น และสมบรูณ์เร็วขึ้น ทีนี้ ไรผม หรือ ผมเส้นผมใหม่ก็จะสามารถคืนสภาพกลับมาเป็นเส้นผมที่แข็งแรงสวยงามดั่งเดิมได้ค่ะ

 

กลิ่นอับชื้นกับเส้นผม

กลิ่นไม่พึงประสงค์กับเส้นผม

 

กลิ่นอับชื้นบนเส้นผมเป็นไปได้ค่ะว่าเกิดจากสิ่งสกปรก และกลิ่นมลพิษต่างๆที่เราเจอในแต่ละวัน ซึ่งเราต่างก็ต้องเจอมลพิษและสิ่งสกปรกด้วยกันทั้งนั้น แต่ทำไมปัญหานี้ไม่เกิดขึ้นกับทุกคนล่ะ นั่นเป็นเพราะ สภาพเส้นผมและหนังศีรษะแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ต่างกัน รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม อากาศ และระบบการทำงานในร่างกายของแต่ละคนด้วย

กลิ่นอับชื้นเกิดขึ้นกับใครได้บ้าง และ กลิ่นอับชื้นบนเส้นผมมีสาเหตุจากอะไร?

               สามารถเกิดขึ้นได้กับ ทุกเพศทุกวัย ค่ะ แต่ไม่ใช่ทุกคนเสมอไป เพราะโอกาสที่กลิ่นอับชื้นจะเกิดขึ้นได้ จะต้องมีสาเหตุและปัจจัยหลายอย่างประกอบ และส่วนใหญ่ กลิ่นอับชื้นจะมีโอกาสเกิดขึ้นกับคนที่ มีลักษณะ หนังศีรษะมัน เหงื่อเยอะ ลักษณะเส้นผมเล็กลีบ เป็นต้น และยังมีอีกหลายปัจจัย หลายสาเหตุ ที่บางทีก็เกิดจากพฤติกรรมตัวของเราเอง การหมักหมม หรือการทำความสะอาดที่ไม่เพียงพอ  รวมทั้งจากการใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะแบบ ไม่ถูกวิธีและไม่เหมาะสมกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะตัวเอง และเป็นไปได้ด้วยว่า ปัจจัยอาจมาจากการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์ใดเซลลหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อเส้นผม ซึ่งบางปัจจัยก็เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน และส่งผลให้เกิดปัญหากลิ่นอับชื้นบนเส้นผมได้ค่ะ

ซึ่งปัจจัยภายในได้แก่ ต่อมไขมันที่มีหน้าที่ผลิตไขมันเพื่อสร้างความชุ่มชื้นปกป้องหนังศีรษะ หากมันทำงานมากเกินปกติ จะทำให้หนังศีรษะมีน้ำมันตกค้างอยู่เกินความจำเป็น  เมื่อพบกับมลพิษและสิ่งสกปรกต่างๆ รวมไปถึงกลิ่นควันรถ ควันบุหรี่ ฝุ่น ต่างๆ  ก็จะทำให้เกาะติดกับเส้นผมและหนังศีรษะ ทำให้เกิดการดูดซับเอากลิ่นไม่พึงประสงค์เอาไว้ได้ง่าย และประกอบกับ เมื่อเจอกอากาศร้อนๆ ต่อมเหงื่อ ซึ่งมีหน้าที่ในการขับความร้อนออกจากร่างกาย ก็จะผลิตเหงื่อออกมา ทำให้เกิดภาวะเกิดความชื้น และส่งผลให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นค่ะ และแน่นอนว่า ต่อมไขมันและต่อมเหงื่อจะไม่ใช่สาเหตุหลักเลยหากแต่  พฤติกรรม การใช้ชีวิตประจำวัน ยังมีผลทำให้ เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์นี้ด้วย เช่น

  • ชอบสระผมตอนกลางคืน และนอนทั้งๆที่ผมยังชื้นอยู่ อย่าลืมว่า เชื้อราจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อมีความชื้น  การเข้านอนทั้งๆที่ผมยังชื้นนั้นไม่ใช่พฤติกรรมที่ดีนัก เพราะนอกจากจะทำให้เกิดกลิ่นอับแล้ว ยังเป็นพฤติกรรมที่ส่’ผลให้เกิด เชื้อรา รังแค และผมร่วงได้ในอนาคตอีกด้วย
  • ใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่รุนแรง  หรือใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่ทรงผม ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนมากจะมีน้ำมัน และสารเคมีต่างๆเป็นส่วนผสม ซึ่งนอกจากจะอุดตันทำร้ายรากผมเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงแล้ว ยังทำร้ายหนังศีรษะและรบกวนต่อมไขมัน ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันขึ้นมากกว่าปกติอีกด้วย โดยเฉพาะคนมีลักษณะผมมันอยู่แล้วหากใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเป็นประจำ ก็จะทำให้มีโอกาสที่จะเกิดกลิ่นอับชื้นมากขึ้น

ควรทำอย่างไรเมื่อกลิ่นอับชื้นมาเยือนเส้นผมและหนังศีรษะ?

เรื่องของต่อมไขมัน และต่อมเหงื่อที่มีการทำงานมากผิกปกติ ในส่วนนี้เป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมได้ แต่หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรมมที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาหรือปัจจัยที่จะไปส่งเสริมได้ ก็จะสามารถช่วยกลิ่นอับชื้นลดน้อยลงหรือไม่เกิดขึ้นค่ะ  เช่น

  • หลีกเลี่ยงกรสระผมเวลากลางคืนหรือก่อนนอน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรเป่่าผมให้แห้งสนิทก่อน
  • หากใครที่มีอาชีพที่เวลาส่วนใหญ่จำเป็นต้องสวมหมวกนิรภัย ความอับชื้นและ สิ่งสกปรก เชื้อรา จะหมักหมมอยู่ที่หมก ซึ่งนอกจาก การสระผม อย่างเดียวไม่อาจเพียงพอ ดังนั้น ควรมีการทำความสะอาด หมวกอย่างน้อยอาทิตย์ละ1-2ครั้ง
  • การเลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของสารกัดธรรมชาติ หรืออ่อนโยนต่อหนังศีรษะ ในส่วนนี้จะช่วยป้องกันหนังศีรษะไม่ให้ระคายเคือง  และลดการกระตุ้นต่อมไขมัน ลดปัญหาหนังศีรษะมันและเป็นการบำรุงหนังศีรษะอีกด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่มีพฤติกรรมเสียง ก็ควรแก่เวลาที่จะต้องลุกมาเปลี่ยนตัวเองเพื่อสุขภาพผมที่ดีได้แล้วนะค่ะ

แชมพูมีฟองกับไมม่มีฟองต่างกันอย่างไร

ระหว่างแชมพูไม่มีฟอง และ แชมพูที่มีฟอง แตกต่างกันอย่างไร

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจและเชื่อว่า แชมพูยิ่งฟองเยอะเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้หนังศีรษะสะอาดมากเท่านั้น ซึ่งความจริงแล้ว ฟองนั้นไม่ได้ช่วยให้ความสามารถในการทำความสะอาดของแชมพูนั้นๆมีมากเป็นพิเศษเลย ก่อนจะตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์แชมพูมาดูแล เส้นผมและหนังศีรษะ เราควรศึกษาข้องเท็จจริง และควรพิจารณให้ถ้วนถี่ค่ะ เพราะสมัยนี้ผู้บริโภคอย่างเราๆอยู่ยากเหลือเกิน

แชมพูที่มีฟองเยอะ ช่วยให้หนังศีรษะและเส้นผมสะอาดหมดจด จริงหรือ?

แชมพูที่มีฟองเยอะส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของ สารชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า Sodium lauryl sulphate และ Sodium laureth sulphate สองตัวเป็นที่รู้จักในนาม สารลดแรงตึงผิว /ซัลเฟต มีหน้าที่ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่างๆออกจากร่างกาย (แล้วแต่ว่าผู้ผลิตนำไปผลิตเป็นอะไร เช่น ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า เป็นต้น)  มีฟองเยอะ ซึ่งผู้ที่ใช้แชมพูที่มีสารซัลเฟต หรือ สารลดแรงติงผิวเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการระคายเคืองของหนังศีรษะ เกิดอาการคัน มีรังแค และหนังศีรษะมัน  เส้นผมหลุดร่วง เส้นผมแห้งแตกปลาย เพราะมันเข้าไปชะล้างความชุ่มชื้นและทำลายเกล็ดผมให้เสียหายนั่นเอง

 

แชมพูไม่มีฟอง สระแล้วสะอาดจริงหรือ?

แชมพูที่มีฟองน้อย หรือไม่มีฟอง ส่วนใหญ่จะเป็นสารสกัดจากพืชสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการยั้บยั้งการเชื้อราและต่อต้านจุลรินทรีย์ มีสารซาโปนินที่มีฤิทธิ์เป็นสารลดแรงตึงผิวอ่อนๆ จึงทำให้เกิดฟองเองตามธรรมชาติ โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือมีผลข้างเคียงต่อเส้นผมและหนังศีรษะ ตรงกันข้าม ยังสามารถช่วยลดอาการผมร่วง สร้างความแข็งแรงให้แก่เส้นผม

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแชมพูไหนมีสารลดแรงตึงผิวแบบซัลเฟตหรือจากสารสกัดธรรมชาติล่ะ?

ข้อเปรียบเทียบที่จะสามารถทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆรู้คือก่อนเลือกซื้อควรอ่าน ฉลากข้างขวดในส่วนที่เป็นส่วนประกอบ หรือสารประกอบ  ควรหลีกเลี่ยงกลุ่มสารเคมีที่่มีส่วนผสมของ สารซัลเฟต จะเขียนกำกับไว้ด้วยอักษาย่อว่า SLS หรือ SLES  และควรทดลองใช้ ขณะสระผม แชมพูที่มี สาร SLS หรือ SLES จะเกิดฟองเป็นจำนวนมาก เมื่อล้างน้ำสะอาดจะสัมผัสเส้นผมได้ว่าสากมือ (นั่นเป็นเพราะเกล็ดผมเปิดมากผิดปกติ) และเมื่อผมแห้ง ผมจะชี้ฟูไม่มีน้ำหนัก ซึ่งจะแตกต่างจากแชมพูที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากพืชสมุนไพร คือผมจะลื่นเมื่อสัมผัส  รู้สึกสะอาดศีรษะแม้ฟองจะไม่มีมากก็ตามค่ะ

 

แพ้ครีมนวดผม

อาการแพ้ ครีมนวด/ คอนดิชันเนอร์

อย่างที่เข้าใจกันค่ะว่า ครีมนวดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่ปรับสภาพเส้นผมให้เกิดสมดุล รักษาความแข็งแรง และฟื้นฟูสภาพเส้นผมที่เสียหายจาก สารเคมี ไม่ว่าจะเป็น แชมพู น้ำยายืดผม เปลี่ยนสีผม ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมต่างๆ และความร้อน  “ ครีมนวด จึงมีคุณสมบัติในการ ให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม ลดการพันกันของเส้นผม เคลือบผิวเส้นผมให้เรียงตัว เรียบลื่น ลดการเกิดไฟฟ้สถิต ป้องกันเส้นผมจากความร้อน ให้ความเงางามแก่เส้นผม ทำให้เส้นผมอ่อนนุ่ม จัดทรงง่าย

จากทีกล่าวข้างต้นเราจะเห็นเพียงด้านคุณประโยชน์ของครีมนวดที่ดี ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ในตลาดบ้านเราส่วนมากยังมีการใช้สารเคมีบางชนิดเป็นส่วนผสมอยู่ ซึ่งเจ้าสารเคมีตัวนี้แหล่ะค่ะ ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้และทำให้เกิดอาการผมร่วง ผมบางได้

อาการแพ้ครีมนวดที่มักเห็นได้ชัดที่สุด นั่นคือ อาการผื่นแพ้เกิดขึ้น ที่หนังศีรษะ อาจมีตุ่มแดง สิว เกิดขึ้นตามหน้าผาก กรอบรูปหน้า แผ่นหลัง ลำคอ ซึ่งเป็นผลมาจากครีมนวดที่ใช้ มีส่วนผสมของ สารซิลิโคน และสารเคลือบผิวผม นั่นเองค่ะ

สารซิลิโคนเป็นสารสังเคราะห์ที่ผู้ผลิตมักนำมาเป็นส่วนประกอบในการผลิตครีมนวด ทั้งนี้เพราะ ซิลิโคนมีคุณสมบัติช่วยเคลือบเส้นผมให้เรียบลื่น ลดการเสียดสี แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะเกิดการอุดตันสะสม จนเกิดการอักเสบและเกิดผื่นแพ้ เป็นตุ่มแดง และสิว ในบริเวณที่มีการไหลโดนของน้ำในขณะที่ทำการสระผม

ผลกระทบของซิลิโคนในระยะยาว เนื่องด้วยสารซิลิโคนมีคุณสมบัติที่สามารถเคลือบเส้นผมได้ดี จนเกาะติดเส้นผมและหนังศีรษะยากที่จะล้างออกแม้จะสระแชมพูและล้างด้วยน้ำในปริมาณมากๆก้ตามแต่ มันจะยังคงตกค้างอยู่ ซึ่งนอกจากจะเกิดปัญกาการอุดตันสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายด้ยแล้ว ยังสร้างปัญหาสำหรับคนที่มีหนังศีรษะมันและรากผมอ่อนแออีกด้วย คือ เมื่อสารซิลิโคนและสารเคลือบผิวผมเกิดการสะสมอุดตันเป็นเวลานาน จะทำให้เส้นผมเล็กลีบ  แบน ขาดชีวิตชีวา ผมร่วงง่าย และมีโอกาศหนังศีรษะล้าน เพราะซิลิโคนเข้าไปทำลายรากผมให้อ่อนแอ และขัดขวางการเจริญเติบโตของเส้นผมนั่นเองค่ะ

หลีกเลี่ยงซิลิโคนได้อย่างไร จริงๆแล้ว ในตลาดบ้านเราในปัจจุบันเริ่มมีครีมนวด หรือคอนดิชั่นเนอร์ที่ปราศจาก สารเคลือบผิวผม และซิลิโคน มาให้เลือกมากขึ้นแล้ว หากใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอยู่  ก็ลองเลือกครีมนวดที่ปราศจากซิลิโคน ซึ่งจะเขียนกำกับฉลาก คือคำว่า Silicone-Free ได้ค่ะ จะอยู่ในรูปแบบของสารสกัดจากพืชธรรมชาติซึ่งแน่นว่านอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารในการฟื้นฟูเส้นผมได้อย่างจริงจังแล้ว ยังช่วยโอกาสการสูญเสียเส้นผมในอนาคตอีกด้วย

 

อาการแพ้ แชมพู

อาการแพ้ แชมพู

คุณสมบัติ แชพูที่ดี นั้น นอกจากจะช่วยชะล้าง ทำความสะอาดสิ่งสกปรกให้ออกไปจาก เส้นผมและหนังศีรษะแล้ว แชมพูที่ดีจะต้องไม่ระคายเคืองต่อเยื่อบุตา ล้างออกง่าย และช่วยให้ผมนุ่มสลวย จัดทรงได้ง่าย อีกด้วยนะคะ แต่เพราะแชมพู ไม่ได้มีเพียงแต่สารลดแรงตึงผิวเท่านั้น ยังมี สารเติมแต่ง ต่างๆเพื่อให้แชมพูนั้นๆ น่าใช้ อีกด้วย เช่น น้ำหอม สี ยาบางชนิด และสารป้องกันตกตะกอน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า อาการแพ้แชมพูนั้น สาเหตุแท้จริงอาจ มาจาก สารหลัก และอาจมาจากการแพ้ สารเติมแต่งบางชนิด ก็เป็นได้ ซึ่งอาการ ที่พบบ่อยที่สุด คือ มีผดผื่น อาการคันหนังศีรษะ เป็นรังแค เส้นผมหลุดร่วง  เมื่อมีอาการเหล่านี้ที่ใช้แชมพู จะต้องหยุดใช้แชมพูนั้นๆทันที

และสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้นั้น เนื่องด้วย แชมพูมีสารลดแรงตึงผิว เป็นสารประกอบหลักซึ่ง แน่นอนว่า เป็นสารเคมี ที่ส่วนใหญ่จะมีค่าความเป็นด่างสูง  ทำหน้าที่ชะล้างสิ่งสกปรกโดย ไม่แยกแยะว่าส่วนไหนควรกำจัด หรือส่วนใหนควรละเว้น แน่นอนว่า น้ำมันธรรมชาติที่ ต่อมไขมันใต้ผิวหนังศีรษะเรา ผลิตออกมาเพื่อป้องกัน และ สร้างความแข็งแรงให้แก่ หนังศีรษะ ก็ถูกชะล้างออกไปด้วยเช่นกันทำให้หนังศีรษะขาดความชุ่มชื้นอย่าไม่สมดุล และเมื่อหนังศีรษะเกิดความอ่อนแอสะสม สารเคมีอื่นๆที่ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้แก่ เส้นผมและหนังศีรษะได้ เช่น สารแต่งเติม ก็จะเข้าไปอุดตัน ตามรูขุมขน ทั่วหนังศีรษะ และเส้นผม จะสามารถสร้างความเสียหายและ ทำให้เกิดการระคายเคือง  เกิดอาการคันหนังศีรษะ เส้นผม แห้งชีฟู ขึ้นได้ และเมื่อเกิดการสะสมโดยไม่มีการ หยุด หรือเปลี่ยนแชมพู อาการก็จะเริ่มรุนแรงขึ้น เช่น เกิดการแตกตัวและหลุดออกของเซลหนังศีรษะที่เรวผิดปกติ จนเกิดเป็นรังแค ผิวหนังอักเสบ และเส้นผมหลุกร่วง เป็นต้น

ดังนั้น เราควรเลือกใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยน แต่หากหลีกเลี่ยงที่จะต้องพบเจอกับแชมพูที่มีส่วนผสมของสารชะล้างที่มีปริมาณมากๆไม่ได้ เราก็ควรล้างฟองออกให้หมดจด เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมของสารเคมี และหากเริ่มมีอาการแสบ คันหนังศีรษะ หลังจากใช้แชมพูครั้งแรก ต้องหยุดใช้แชมพูนั้นๆทันที ค่ะ

 

สระผมบ่อยๆ ดีหรือไม่ดี

สระผมบ่อยๆดีหรือไม่ดี

ความจำเป็นในการสระผมของแต่ละคน แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ สภาพเส้นผมและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนค่ะ ซึ่งไม่ดีแน่ หากคุณเป็นคนที่มีหนังศีรษะแห้ง แต่สระผมทุกวัน ในส่วนนี้ จะยิ่งทำให้ผมและหนังศีรษะแห้ง เข้าไปใหญ่ เช่นเดียวกับคนที่ ชอบออกกำลังกาย เปนคนเหงื่อเยอะ หนังศีรษะมัน แต่ไม่ค่อยสระผมบ่อย ตรงนี้ก็จะทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรก และนำปัญหาไขมันอุดตันรูขุมขนมาให้ ทำให้รากผมอ่อนแอและเส้นผมหลุดร่วงได้ค่ะ

ดังนั้น ความถี่ในการสระผม นอกจากจะดูจากการใช้ชีวิตประจำแล้ว ยังต้องคำนึงถึง สภาพเส้นผมและหนังศีรษะของตัวเองด้วยว่า เป็นคน มีสภาพเส้นผมและหนังศีรษะเป็นแบบไหน ออกไปเจออากาศร้อน หรืออยู่แต่ในห้องแอร์   และหากไม่ได้ออกไปเจอมลพิษ ข้างนอก การสระผมวันเว้นวันก็น่าจะเพียงพอสำหรับคนที่มี สภาพเส้นผมและหนังศีรษะมัน แล้วค่ะ

และ สำหรับคนที่มีหนังศีรษะแห้ง นั้น การสระผมทุกวันจะทำให้หนังศีรษะที่แห้งอยู่แล้ว ขาดความชุ่มชื้น เส้นผมแห้งกระด้างได้ เพราะ สารทำความสะอาดซึ่งเป็นส่วนประกอบของแชมพูจะชะล้าง น้ำมันธรรมชาติที่มีอยู่  ออกไปด้วย ค่ะ ดังนั้นการสระผมประจำทุกวันจึงไม่เหมาะกับคนที่มีสภาพหนังศีรษะแห้ง และหากจำเป็นจะต้องสระบ่อยครั้ง ก็ควรหาแชมพูที่มีความอ่อนโยน และไม่ก่อให้เกิดการแพ้ได้ง่ายค่ะ

 

banner_nanovech2

ครีมนวดผม หรือ conditionner เลือกให้ถูก ใช้ให้ถูกที่

ครีมนวดผม หรือ conditionner เลือกให้ถูก ใช้ให้ถูกที่

 

 

โดยปกติแล้ว เส้นผมคนเราจะสามารถเก็บความชุ่มชื้นได้เพื่อรักษาสมดุล แต่ด้วยปัจจัยบางอย่างส่งผลเสีย และทำร้าย ชั้นนอกของเส้นผม (เกร็ดผม) จนเกิดความเสียหาย ทำให้กลไกการทำงานของเกร็ดผมบกพร่อง และไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ เส้นผมจึงดูไม่เงางาม แห้ง ชี้ฟู เปราะและขาดง่าย  

ในแต่ละวัน เส้นผม จะต้องเผชิญที่ความร้อน ทั้งจากการทำผม และแสงแดด แน่นอนว่า ความชุ่มชื้นที่มีไว้รักษาสมดุล จะต้องเหือดแห้งและทำให้เส้นผมเกิดความเสียหาย นอกจากนี้ ยังมี สารเคมี จำพวก น้ำยาย้อมผม ดัดผม ยืดผม หรือแม้แต่ แชมพูที่มีความเข้มข้นของ สารชะล้าง ก็ส่งผลเสียได้เช่นเดียวกัน

แม้เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงและปกป้องเส้นผมจากปัจจัยเหล่านี้ได้100% แต่หากเรานำความชุ่มชื้นคืนให้แก่เส้นผมอยู่เสมอ เส้นผมก็จะสามารถกลับมามีความเงางามและมีน้ำหนักดังเดิมได้อีกครั้ง  ซึ่งการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีและตรงกับสภาพเส้นผม ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เส้นผมกลับมามีสุขภาพที่ดีเร็วขึ้นค่ะ  และตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยคืนความชุ่มชื้นและสร้างความเงางามมีน้ำหนักให้แก่เส้นผมได้ดีที่สุด ก็คือ คอนดิชันเนอร์ แต่การใช้ครีมนวด หรือ  conditionner จะให้ได้ผลดีนั้น จะต้องเริ่มตั้งแต่ การเลือกผิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมและปัญหาเส้นผมในขณะนั้นด้วย ทั้งนี้ วิธีการใช้ี่ก็สำคัญ เพราะหากใช้ผิดวิธี คอนดิชันเนอร์ก็สามารถสร้างปัญหาได้เช่นกัน ค่ะ

และเนื่องจากเส้นผมและหนังศีรษะแต่ละคนแตกต่างกัน คอนดิชั่นเนอร์ที่เหมาะสมของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกใช้คอนดิชั่นเนอร์ก็ควรเลือกให้ตรงจุดกับสภาพเส้นผมตัวเอง เช่น คนที่ชอบทำสีผม ควรเลือกคอนดิชั่นเนอร์ที่สามารถบำรุงเส้นผม และรักษาสีผมให้ติดทนนาน เป็นต้น และสิ่งที่ทุกคนจะต้องคำนึงเหมือนกัน ก็คือ  ห้ามคอนดิชันเนอร์ใช้ทั่วทั้งศีรษะเด็ดขาด เพราะหากล้างออกไม่หมด ในส่วนนี้มันจะเข้าไปอุดตันรูขุมขน แล้วทำให้ผมร่วง รากผมอ่อนแอได้ การใช้คอนดิชันเนอร์ที่ถูกต้องที่สุดคือ ใช้ที่ปลายผม นั่นเองค่ะ

banner_nanovech2

ผลกระทบ จากการย้อมสีผม

ผลกระทบ จากการย้อมสีผม

ผลกระทบ จากการย้อมสีผม

 

ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม  ที่ทำสีผมแล้ว สีสวย ติดทนนาน นั้น ส่วนใหญ่ จะมีส่วนผสมที่ประกอบไปด้วย สาร PPD ,แอมโมเนีย,ไฮโดรเปอร์ออกไซด์ และสารจำพวกโลหะหนัก  มีลักษณะการออกฤทธิ์ ที่คล้ายคลึงกัน และบางตัวก็เอื้อต่อการออกฤทธิ์ซึ่งกันและกัน จนทำให้เปลี่ยนสภาวะเป็น กรด และด่าง และเข้าไปกัดกร่อนชั้นนอกของเส้นผมให้เกิดการบวม ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเปิดทางให้สีผมแทรกซึมเข้าสู่ผมชั้นใน และเกาะติดอยู่อย่างถาวร

แต่ทราบหรือไม่คะว่า ผลกระทบที่เกิดจาก การสัมผัสสารเคมีเหล่านี้ ส่งผลเสียทั้ง เห็นได้ชัด และในระยะยาว อีกด้วย  เพราะสารเหล่านี้ เป็นสารเคมีที่ก่อให้เกิดพิษ อาการแพ้ ด้วยคุณสมบัติในการกัดกร่อนที่ไม่เพียงแต่ กัดกร่อน แค่ ชั้นนอกของเส้นผมเท่านั้น มันยังสามารถซึมลึกเข้าไปกัดกร่อนได้ถึง ชั้นในของเส้นผม ทำให้ เส้นผม เกิดการ เปราะ พรุนเป็นรู กักเก็บความชุ่มชื้นไม่ได้  จนสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนหลังทำสีว่า เส้นผมหยาบกระด้าง แตกปลาย ชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก และขาดง่าย  

และสารเคมีที่มีอยู่ใน ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ยังสร้างปัญหาให้กับหนังศีรษะอีกด้วย นั่นก็คือ เมื่อสารเคมีเหล่านั้นสัมผัสกับหนังศีรษะ จะเกิดอาการแสบๆคัน และหากยังตกค้างอยู่ บริเวณหนังศีรษะ มันจะยังไม่หมดฤทธิ์ไปในทันใด แต่มันยังทำปฎิกิริยา ทำการกัดกร่อนหนังศีรษะ จนทำให้เกิดการแพ้ เป็นผื่นแดง บางคนมีอาการหนังศีรษะลอก เกิดเป็น รังแค และ บางคนมีหนังศีรษะมันผิกปกติ นั่นเป็นเพราะ ต่อมไขมันสร้างน้ำมันมาเพื่อปกป้องหนังศีรษะนั่นเองค่ะ

จากที่อธิบายมาข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นหลังจากทำสีผมในระยะแรกๆ ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาเท่านั้น แต่ด้วยประสิทธิภาพของสารเคมีที่  มันสามารถซึมลึกเข้าไปในรูขุมขนและเกาะติด กัดกร่อน ทำลายโครงสร้างโพรงผม ทำให้โพรงผมอักเสบ เมื่อโพรงผมอักเสบจึงเกิดการบิดเบี้ยวผิดรูป ซึ่งโพรงผมเปรียบเสมือน แม่แบบของเส้นผม เมื่อผมเส้นใหม่งอกขึ้นมา จะทำให้เส้นผมผิดรูป หงิกงอ อย่างทีหลายๆคนเรียกว่า ผมคัน นั่นเองค่ะ

ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นกับ เส้นผม หนังศีรษะ โพรงผม เท่านั้น เกิดขึ้นกับรากผมอีกด้วย สารเคมีเมื่อซึมผ่านรูขุมขน เข้าสู่โพรงผมแล้ว ก็จะซึมเข้าไปกัดกร่อนรากผม เมื่อรากผมให้เกิด ความเสียหายจึงเกิดความอ่อนแอ  ไม่สามารถสร้างเส้นผมที่สมบรูณ์ดังเดิม จะส่งผลทำให้ เส้นผม หลุดร่วง  และ เมื่อผมเส้นใหม่เกิดขึ้นก็จะมีลักษณะ เล็กลีบ ไม่สมบรูณ์ มีอายุสั้น และหลุดร่วงได้ง่าย  จนเกิดเป็นปัญหา ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะอักเสบ และ หนังศีรษะล้าน  

ผลกระทบจากการย้อมสีผม เรียกได้ว่าเป็นปัญหาซึมลึก ที่นอกจากส่งผลต่อเส้นผม และหนังศีรษะ ที่สัมผัสกับสารเคมีโดยตรงแล้ว ยังส่งผลต่อส่วนต่างๆที่อยู่ใต้ผิวหนังด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาวด้วย ดังนั้น หากหลีกเลี่ยงในการย้อมสีผม ไม่ได้ ควรศึกษาส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ย้อมผม และควร หลีกเลี่ยง ผลิตภัณฑ์ที่มี  สารก่อพิษส่วนประกอบ และก่อนที่จะทำการย้อมสีผม ควรมีการ ทดสอบการแพ้ ก่อนและ หลังจากการย้อมสีผมทุกครั้ง ควรมีการบำรุงเส้นผม โดยการใช้ คอนดิชั่นเนอร์ ที่มีคุณสมบัติคืน ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม เพื่อป้องกัน เส้นผมแตกปลาย และชี้ฟูไม่มีน้ำหนักค่ะ

ดังนั้น การขจัดสารเคมีที่ตกค้างและไขมันที่อุดตันรูขุมขน   จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่ ย้อมสีผม ควรทำ เพราะ การสระผมปกติ ไม่สามารถชำละล้าง สารเคมีที่ซึมเข้าไปเกาะติดบริเวณรูขุมขน และโพรงผมได้  และเพื่อเป็นการป้องกัน การสูญเสียเส้นผมในอนาคตและป้องกันไม่ให้รากผมอ่อนแอ ควรมีการบำรุงรากผมให้แข็งแรงควบคู่ไปด้วย และ หากคุณมองหา  ผลิตภัณฑ์ที่ทั้งขจัดสารเคมี และบำรุงรากผม เราขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์ นาโนเวช เซรั่มบำรุงรากผม สูตร EXtra เป็นสูตรที่สกัดจากสารธรรมชาติ 100% ด้วยเทคโนโลยีนาโน ทำให้มีโมเลกุลเล็ก สามารถซึมเข้าขจัดไขมัน และ สารเคมีทีอุดตันบริเวณรูขุมขน ทั้งสามารถซึมลึกเข้าสู่ผิวหนังเพื่อบำรุงรากผม ได่อย่างมีประสิทธิ ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง แม้คนที่แพ้ง่าย หรือ คุณแม่ตั้งครรภ์ ค่ะ

 

ปัจจัยที่ทำให้หนังศีรษะอักเสบ2

ปัจจัยที่ทำให้หนังศีรษะอักเสบ

ปัจจัยที่ทำให้หนังศีรษะอักเสบ

อาการอักเสบของหนังศีรษะ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเส้นผมหลุดร่วงได้อีกประการหนึ่งค่ะ พบมากในผู้ที่มีเส้นผมและหนังศีรษะมัน ซึ่งอาการจะรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไปแล้วแต่ละบุคคล ซึ่งลักษณะอาการจะมีผื่นแดงในบริเวณหนังศีรษะเมื่อมีการผลิตน้ำมันมากผิดปกติ บางรายมีอาการแสบหากโดนเหงื่อ หรือโดน
แสงแดดมากๆ และมักจะเกิดอาการกำเริบเมื่อหนังศีรษะมันมากผิดปกติค่ะ

และอาการผิวหนังอักเสบนั้นจัดเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นๆหายๆไม่หายขาดเสียทีเดียวเมื่อไหร่ที่มีเป็นปัจจัยภายในหรือ ภายนอกมากระตุ้นทำให้เกิดการแพ้และอักเสบขึ้นได้อีก ซึ่งปัจจัยเหล่านั้นมีดังนี้ค่ะ

 

  1.   การตายของเซลล์ผิวหนังเร็วผิดปกติ ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวหนังเร็วกว่าปกติจนเป็นสะเก็ดหนาขึ้น.
  2.  การติดเชื้อรา เช่น กลาก เชื้อแบคทีเรียที่รูขุมขน ทำให้เกิดผื่นที่ศีรษะ
  3.  เกิดจากการรบกวนจากเชื้อยีสต์ Pityrosporum ovale ซึ่งอาศัยอยู่รูขุมขนบริเวณที่เป็นผื่น แล้วปล่อยปฎิกูล ที่ เป็นพิษออกมารบกวนผิวหนังกำพร้าบริเวณหนังศีรษะทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย
  4. การสัมผัสกับสารเคมีบางชนิดที่บริเวณหนังศีรษะ เช่น ยาย้อมผมที่ใช้สีชนิดถาวรที่เรียกว่าสาร PPD สารฟอกสีผม(ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และแอมโมเนียเปอร์ซัตเฟต) น้ำยาดัดผมถาวร ยายืดผมและยากำจัดขน รวมทั้งน้ำยาเซตผมแฮร์โทนิค ครีมย้อมผม เป็นต้น
  5. พันธุกรรม  หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคผิวหนังอักเสบ ก็สามารถถ่ายทอดต่อกันได้ โอกาศเป็นโรคจะเพิ่มมากขึ้น

โดยมีปัจจัยเหล่านี้มากระตุ้นทำให้เกิดอาการกำเริบ

  1. สิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยทางลบ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เช่น ความชื้น ความร้อนจากแสงแดด ฝุ่นละออง ควัน
  2. อาหารบางชนิด
  3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนร่างกายได้
  4. พฤติกรรม เช่นเดียวกับการเป็นหวัด หากร่างกายอ่อนแอ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด  ภาวะการขาดอาหาร

ภาวะหนังศีรษะอักเสบแม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร แต่รู้หรือไม่ว่าเป็นสาเหตุสำคัญอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รากผมอ่อนแอค่ะ ด้วยปัจจัยดังที่กล่าวข้างต้นจะไปกระตุ้นการอักเสบของโพรงเส้นผม ซึ่งการอักเสบที่ต่อเนื่องและเรื้อรังเป็นเวลานานอาจทำให้โพรงเส้นผมลีบ เป็นผังผืด  สิ่งที่ตามมาก็คือ ปัญหา รากผมอักเสบ และเกิดการหลุดร่วงของเส้นผม หากไม่มีการดูแลรักษาความสะอาดและได้รับการเยียวยา ก็จะเกิดปัญหาศีรษะล้านได้ในอนาคตค่ะ