December 18, 2014

อากาศอบอ้าว เหงื่อเยอะทำให้คันหนังศีรษะ เชื้อรา

 

อากาศอบอ้าว เหงื่อเยอะทำให้คันหนังศีรษะ เชื้อรา

 

 

อากาศเดี๋ยวนี้เปลี่ยนแปลงบ่อยนะคะ เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดร้อนจ้า แล้อย่างนี้มีใครทีมักจะมีเหงื่อไหลจนศีรษะฉ่ำแถมยังมีอาการ คันหนังศีรษะ หรือ อาการสิวอักเสบ บนหนังศีรษะบ้างไหมค่ะ

หนังศีรษะเราเป็นส่วนที่มีรูขุมขนมากที่สุดและใหญ่ที่สุด แถมไม่พอมีจำนวนขนหรือเส้นผมปกคลุมยากต่อการทำความสะอาดมากที่สุด 1 รูขุมขน จะมี ต่อมไขมันและ ต่อมเหงื่อ อยู่เสมอ ต่อมไขมันมีหน้าที่ผลิตน้ำมันออกมาสร้างความแข็งแรงให้แก่เส้นผม และต่อมเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อนให้แก่หนังศีรษะ เมื่ออากาศอบอ้าว หรือสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาจำนวนมาก ประกอบกับเหงื่อ ทำให้สภาพหนังศรีษะอยู่ในภาวะ ร้อนและชื้น และเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของ เชื้อแบททีเรีย อาการแสบ คันหนังศีรษะ จึงเกิดขึ้นค่ะ

และอีกอาการหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ นั่นก็คือ เกิดสิวอักเสบขึ้นบนหนังศีรษะ ปัจจัยอาจจะมาจาก การที่มีไขมันอุดตัน หรือสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันบริเวณรูขุมขน เมื่อเกิดความร้อนชื้น และมีแบททีเรียเข้าไปเจริญเติบโต จึงเกิดอาการติดเชื้อและมีการอักเสบเกิดขึ้น

 

ข้อปฎิบัติในการดูแลความสะอาดหากไม่อยากคันหนังศีรษะ และเป็นสิวอักเสบ

 

แม้เราจะไม่สามารถควบคุมสภาพอากาศและควบคุมการทำงานของต่อมเหงื่อได้ แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้ปัญหาคันหนังศีรษะและสิวอักเสบเกิดขึ้นได้โดยการ

  1. เมื่อจะต้องออกไปพบเจอกับแสงแดด ให้หาหมวก หรือ ร่ม ปกป้องหนังศีรษะสัมผัสแสงแดดโดยตรง ส่วนนี้จะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากแสง UV ทั้งเรื่องผมเสียแห้งกรอบ หนังศีรษะระคายเคือง ด้วยค่ะ
  2. หลังจากออกไปเจออากาศอบอ้าวทุกครั้งให้สระผมและเป่าผมให้แห้งสนิททุกครั้ง เพื่อเป็นการทำความสะอาดคราบฝุ่นควันและคราบไขมันออกจากหนังศีรษะและเส้นผม และระงับการเจริญเติบโตของแบททีเรียไปในตัว
  3. หลีกเลี่ยงการเกา หรือการกระทำใดๆที่ทำให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคือง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ง่าย
  4. หากพบว่า มีอาการเป็นรังแค และมีอาการสิวอักเสบร่วมด้วย แนะนำให้รอให้อาการอักเสบลดลงเสียก่อนจากนั้น ควรใช้ผลิตภัณฑ์รักษารังแค ซึ่ง ผลิตภัณฑ์นั้นๆควรได้มาจากธรรมชาติหรือ เป็นธรรมชาติมากที่สุด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพ้จากการสัมผัสเคมี

 

นาโนเวช (สูตร anti-dandruff)เป็นเซรั่มเข้มข้น ในการขจัดรังแคมีส่วนผสมของ zincpyrithone and Ketconazole สองตัวนี้จะช่วย ลดการแบ่งตัวของเซลผิวหนัง ลดขุย และช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบททีเรียและเชื้อรา และด้วยคุณสมบัติของนาโนเวช (สูตร anti-dandruff)ทีเป็นสารสกัดจากรรมชาติ ทำให้มั่นใจว่าจะไม่ทำให้เกิด การแพ้ แม้ในกรณีที่เป็น คนแพ้ง่าย ค่ะ

การดูแลสุขภาพหนังศีรษะนอกจากจะต้องใส่ใจเรื่องสิ่งสกปรก ความมัน แล้วยังต้องใส่ใจเรื่องของ การอับชื้น ด้วยนะคะ

December 15, 2014

เชื้อรา กับ หมวกกันน็อค

เชื้อรา กับหมวกกันน็อค

 

เพราะชีวิตประจำวันของเรานั้น ต้องพบเจอแบททีเรียและเชื้อราอยู่เสมอไม่ว่าจะในอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ในครัว ห้องน้ำ เสื้อผ้า นะคะ ต่างก็มีโอกาสที่เชื้อราจะก่อตัวขึ้นได้ ด้วยปัจจัยทางด้าน ความชื้นและอาหาร และแม้แต่ในหมวกกันน็อคของนักซิ่งมอเตอร์ไซด์ที่มีไว้ป้องกันอุบัติเหตุ ก็มีโอกาสที่เชื้อราจะเข้ามาเจริญเติบโตสร้างความเสียหายให้แก่สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะของคุณได้เช่นกันค่ะ

ด้วยอากาศของประเทศไทยของเราเป็นแบบร้อนชื้น ทำให้สภาพอากาศเอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบททีเรียยิ่งนัก ประกอบกับ หมวกกันน็อคของนักซิ่งทั้งหลาย ออกแบบมาในลักษณะเซฟตี้ รัดกุม ไม่ว่าจะเป็นแบบ ครึ่งใบ เต็มใบ แม้จะมีรูระบายอากาศแต่ก็อาจไม่เพียงพอ และด้วยหมวกกันน็อคที่ประกอบไปด้วย วัสดุที่ทำจากผ้า เช่น “เบาะนวมหุ้มภายใน ” ที่มีหน้าที่ในการสร้างความนิ่มนวลขณะสวมใส่ เมื่อเจอกับเหงื่อ ก็จะเกิดการอับชื้นขึ้น หากไม่มีการ้องกันหรือขจัด ความอับชื้นที่หมักหมมอยู่ภายในหมวกกันน็อคออกไป เชื้อราก็จะเจริญเติบโตและสร้างปัญหาเรื่องกลิ่นอับชื้น และอาการคันหนังศีรษะ รังแค ให้กับคุณแน่นอนค่ะ

วิธีที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้เชื่อราเกิดขึ้นภายในหมวกกันน็อคของคุณนั้น มีดังนี้

  1. อย่าเก็บหมวกกันน็อคในที่อับชื้น
  2. ทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน อย่าปล่อยให้ความอับชื้นและสิ่งสกปรกสะสม
  3. ควรทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกโดยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดให้สะอาดแล้วน้ำไปผึ่งแดด อย่าสม่ำเสมอ
  4. ชิ้นส่วนภายในหมวก ส่วนใดถอดซักได้ ให้ถอดออกมาซักด้วยมือ แล้วน้ำไปตากแดดให้แห้งสนิท
  5. ชิ้นส่วนภายในส่วนใดที่ถอดไม่ได้ ให้นำผ้าชุบแอลกอฮอล์เช็ด หรือจะนำเครื่อดูดฝุ่น ดูดเอาฝุ่นออกแล้วนำไปตากแดดก็ได้
  6. ใช้เสปรย์ฆ่าเชื้อรา หรือ กำจัดกลิ่นอับชื้น ฉีด ทั้งชิ้นส่วนที่ถอดได้และถอดไม่ได้

 

Tips: การหมวกไอ้โม่งก่อนจะสวมหมวกกันน็อคจะช่วยเรื่องของเหงื่อได้ดี  ช่วยให้ การดูแลรักษาง่ายขึ้น

 

December 11, 2014

เมื่ออากาศเปลี่ยน รังแค ก็เริ่มคุกคาม

เมื่ออากาศเปลี่ยน รังแค ก็เริ่มคุกคาม

 

รังแค เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุค่ะ ทั้งจากภายนอก นั่นก็คือ การแพ้สารเคมี พวกแชมพู น้ำยาย้อมสีผม ย้อม อากาศ และปัจจัยภายใน  คือ อาการผิกปกติร่างกาย เช่นการเจ็บป่วยจากโรคบางชนิด ฮอร์โมน  ร่างกายอ่อนแอ เป็นต้น

มีหลายคนต้องพบเจอกับ บัญหารังแค แม้จะคอยระวังเรื่องการดูแลความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ก็มีปัจจัยภายนอกบางอย่างที่หากร่างกายอ่อนแอเมื่อไหร่ ก็เป็นไปได้ว่าจะส่งผลทำให้รังแคกลับมากำเริบได้ เช่นกันค่ะ

สภาพอากาศที่ไม่ค่อยจะคงที่ เช่น ร้อนจัด เย็นจัด เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว ประกอบกับในขณะที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันน้อย ซึ่งอาจเกิดจากการพักผ่อนน้อย ความเครียด การขาดการออกกำลังกาย ทำให้เชื้อยีนต์ เชื้อรา ซึ่งโดยปกติก็อาศัยอยู่ตามอากาศและจับตัวอยู่ตามรูขุมขนอยู่แล้วเกิดการขยายจำนวนมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอักเสบ หนังศีรษะระคายเคืองเกิดการผลัดเซลล์ผิวเร็วกว่าปกติจนเกิดเป็นรังแคในที่สุดค่ะ

การเตรียมตัวรับมือก่อนที่ รังแค จะกลับมาคุกคามนั้น จะต้อง จำช่วงเวลา และสภาพอากาศที่รังแคจะกำเริบให้ได้ จากนั้น ควรมีการสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย โดยการ

  1. พยายามออกกำลังกายอยู่เสมอเพื่อสร้างควมแข็งแรงให้แก่ร่างกาย
  2. ทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้น อาหารจำพวก งา เพราะ งามีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบ
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ หากิจกรรมผ่อนคลายทำเพื่อลดความเครียด
  4. เลือกใช้แชมพูที่มีค่า PH ที่เหมาะสม ไม่ควรใช้แชมพูที่มีสารชะล้างเยอะเกินไป
  5. เลือกผลิตภัณฑ์ ขจัดรังแค ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการผลัดเซลผิวแลสามารถฆ่าเชื้อรา และแบททีเรียได้อย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากรรมชาติ หรือใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด
  6. จิบน้ำอุ่น หรือดื่มน้ำบ่อยๆจะช่วยสร้างสมดุลให้แก่ร่างกาย

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงกระทันหัน ไม่เพียงจะส่งผลทำให้ รังแค กำเริบเท่านั้น ในคนปกติร่างกายแข็งแรง หากร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ก็ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยไม่สบายขึ้นได้ และแม้เราไม่สามารถควบคุมสภาพอากาศได้แต่เราสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตัวเองได้ โดยการบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ รังแคไม่ใช่โรคแต่ก็ไม่หายขาด หากเรามีการเตรียมความพร้อมให้แก่ร่างกาย เราก็สามารถควบคุมความรุนแรงที่อาจจะเกิดน้อยลงได้ค่ะ

December 9, 2014

ทรงผม Dread Lock กับปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ

ทรงผม Dread Lock กับปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ

 

เชื่อเหลือเกินว่าในยุคปัจจุบัน น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก  ทรงผมแนวๆแบบ เดทล็อค

ซึ่งดูเผินๆแล้วก็มีสไตล์ไปอีกแบบดูเท่ห์จนวัยรุ่นหลายๆคนอยากจะลองทำสักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งตอนนี้ไม่เพียงแต่ผู้ชายมาดเซอร์เท่านั้นที่นิยม สาวลุคเท่ห์ก็ทำทรงนี้กันไม่น้อย

เดทล็อคเป็นทรงผมที่ต้องบอกไว้ก่อนว่า หากตัดสินใจถักแล้วแก้ไขให้เส้นผมกลับมาคืนสภาพดังเดิมนั้นยากมาก เพราะ เป็นทรงผมที่จะต้องยีผมและถักเส้นผมให้รวมกันเป็นแท่งหลอดๆหรือเป็นยวงๆตั้งแต่เส้นผมที่อยู่ใกล้กับโคนผมจรดปลายผม  ฉะนั้นหากจะแก้หรืออยากจะเปลี่ยนทรงผม จะต้องใช้หวีสางออกจากกันทีซึ่งส่วนใหญ่ จะตัดสินใจตัดออกและเลี้ยงผมให้ยาวขึ้นมาใหม่ ซึ่งหากเป็นผู้ชายก็ไม่มีปัญหาแต่หากเป็นผู้หญิง ใช้เวลานานพอสมควรกว่าผมจะยาวตามที่ต้องการ

เดทล็อคเป็นทรงผมที่มีสไตล์ค่ะ โดยรวมหากพูดในเรื่องของแฟชั่น จะรวบ มัดจุกหรือปล่อย ก็ดูเทห์ไม่หยอก แต่หากพิจารณาผลที่จะตามมาเกี่ยวกับเรื่องเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว ทำให้หลายๆคน คิดไม่ตก ซึ่งในบทความนี้เราขอพูดถึงการสูญเสียเส้นผมและปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะจากการทำทรงผม เดทล็อคกันค่ะ

  1. สูญเสียเส้นผมและทำให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคืองตั้งแต่ขั้นตอนการทำ เริ่มจากแบ่งผมในอัตราส่วนที่เท่าๆกันแล้วใช้หวีซี่เล็กหรือถี่ยีผม จากนั้นก็จะใช้เข็มหรือโคเชต์ถักผมเพื่อทำให้ผมรวมตัวกันเป็นหลอดๆ โดยเริ่มถักจากบริเวณใกล้กับโคนผม จนถึงปลายผม ในส่วนนี้จะทำให้เกิดอาการเจ็บๆคันบริเวณหนังศีรษะและเส้นผมขาดหรือหลุดร่วง ซึ่งเกิดจากถักทอการ ดึงรั้งเพื่อไม่ให้เส้นผมที่ถักหลดออกจากกันง่ายๆ นั่นเองค่ะ
  2. เดทล็อคเป็นทรงผมที่จะต้องถักเส้นผมมารวมกัน หากจะต้องเอาผมปลอมมาต่อเพื่อเพิ่มความยาวที่สวยงาม แน่นอนว่าจะต้องมีปัญหาการถ่วงน้ำหนักเกิดขึ้น ด้วยน้ำหนักผมที่นำมาถักเชื่อมต่อ(ตามความยาว) จะไปดึงรั้งโคนผมทำให้เกิดอาการคันหนังศีรษะ  เกิดอาการตึงที่หนังศีรษะ เส้นผมหลุดแน่นอนแม้จะมองไม่เห็น นอกจากนี้อาการคันหนังศีรษะ ยังเกิดขึ้นจากผมที่ถักทอที่เริ่มหลุดแล้วทิ่มหนังศีรษะ หากคันมากจนต้องเกาอยู่บ่อยๆจะทำให้เกิดแผลหนังศีรษะถลอก หนังศีรษะอักเสบได้อีกด้วยค่ะ
  3. การดูแลรักษา ขอใช้คำว่า “ดูแลรักษยากกว่าปกติหลายเท่า” แม้ในการทำความสะอาดจะเหมือนสระผมปกติทั่วไป คือใช้แชมพู แต่!ต้องพิถีพิถันกว่ามาก แถมยังสระยุ่งยากอีกด้วย เพราะลักษณะทรงผมเดทล็อคที่มีการถักเส้นผมตั้งแต่บริเวณใกล้โคนผม ซึ่งแทบจะติดกับหนังศีรษะทำให้ การทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างทั่วถึงและสะอาดเอี่ยม นั้นเป็นไปได้ยากมาก ทำให้คนที่ทำทรงผมเดทล็อค แม้จะมีการทำความสะอาดอยู่เป็นประจำแต่ก็ไม่สามารถขจัดสิ่งสกปรก และคราบไขมันเหงื่อที่เกาะอยู่บริเวณหนังศีรษะออกให้หมดไปได้ เมื่อเซลหนังศีรษะและคราบไขมันเกิดสะสมมากขึ้น ปัญหา รังแค สะเก็ดคราบไขมัน และกลิ่นอับชื้น ก็จะตามมา
  4. สระเสร็จแล้ว ต้องเสียเวลาเป่าผมให้แห้ง หากก้อนผมไม่แห้ง จะทำให้เกิดเชื้อรา ขึ้นได้ง่ายๆ ในส่วนนี้หากใช้ไดร์เป่าผมที่มีลมร้อนจะส่งผลเสียแก่ หนังศีรษะ และเส้นผมโยตรงคือ ในส่วน หนังศีรษะจะเป็นการรบกวนต่อมไขมัน ความร้อนจะไปกระตุ้นต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากเกินความจำเป็น ทำให้หนังศีรษะมันและจะทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางในอนาคต และในส่วนของเส้นผมจะทำให้เส้นผมแห้งเสีย เปราะหักง่าย กระเปราะผมแห้งและเส้นผมอ่อนแอ
  5. นอกจากเสียผมที่ยาวสรวยแล้วยังเสียความมั่นใจด้วย เมื่อตัดสินใจถอดเดทล็อคหรือเปลี่ยนทรงผม สิ่งแรกที่คุณจะเสียก็คือ เส้นผม เพราะจะต้องตัดเส้นผมที่ถักออกทั้งหมด และจะต้องเสียเวลาในการเลี้ยงผมให้ยาวขึ้นมาใหม่อีก

 

เมื่อพิจารณาและเปรียบเทียบข้อจำกัดของทรงผม และการสูญเสียเส้นผมกับผลเสียที่จะตามมาแล้ว ความเท่ห์ที่จะได้ในลุคเซอร์ๆจาก ทรงผมเดทล็อค ดูเหมือนจะต้องคิดหนักกันหน่อยนะคะ และสำหรับใครที่ลองถักเดทล็อคมาแล้วและพบเจอกับปัญหาผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมีคราบไขมันอุดตันหรือมีอาการคันและรังแค ก็ไม่ต้องเครียดไปค่ะ เพราะอาการผมร่วง ผมบางเกิดจากการถูกดึงรั้งทำให้เส้นผม ขาด หลุดร่วง เมื่อมีการถอกเด็ทล็อคแล้ว อาการจะดีขึ้น เส้นผมจะงอกขึ้นมาใหม่ ซึ่งควรมีการคลีนหนังศีรษะนำสิ่งสกปรกและคราบไขมันที่เข้าไปอุดตันรูขุมขนออกเสียก่อนค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นขจัดสิ่งสดปรกอันเป็นอุปสรรคขวางทางเดินของเส้นผม  จากนั้นควรมีการบำรุงรากให้แข็งแรง เพื่อให้เส้นผมที่กำลังงอกขึ้นมาใหม่มีความสมบรูณ์ ยาวเร็วค่ะ

และในกรณีที่พบว่า นอกจากจะมีปัญหาผมร่วง ผมบางแล้ว ยังมีปัญหา เชื้อรา รังแค และอาการคันร่วมด้วย ในส่วนนี้ ควรมีการรักษาอาการรังแคร่วมด้วยกับการบำรุงด้วยนะคะ ซึ่ง ในปัจจุบัน นอกจาก แชมพูที่มีส่วนผสมของตัวยา ที่สามารถขจัดรังแคแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์เซรั่มเข้มข้นที่มีตัวยาซิงค์ไพริไทออน (Zinc Pyrithione) และ เซลิเนียมซัลไฟด์ที่มีคุณสมบัติ ช่วยลดการแบ่งตัวของเซลล์หนังของหนังศีรษะอีกทั้งยังมีตัวยา คีโตโคนาโซน ซึ่งช่วยในการขจัดเซลล์ที่ตายแล้วลดการเกิดขุย และมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อรา ยีสต์ที่เป็นสาเหตุรังแค ทำให้อาการรังแคดีขึ้นและหายในที่สุดค่ะ

รสนิยมของคนเราแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นแบบไหน ทรงผมอะไร หากมีการดูแลความสะอาดและหมั่นบำรุงรากผมให้แข็งแรงเสมอ เมื่อเกิดปัญหาเราก็จะสามารถแก้ไขรักษาอย่างทันถ่วงทีได้ค่ะ

 

 

เชื่อเหลือเกินว่าในยุคปัจจุบัน น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก  ทรงผมแนวๆแบบ เดทล็อค

ซึ่งดูเผินๆแล้วก็มีสไตล์ไปอีกแบบดูเท่ห์จนวัยรุ่นหลายๆคนอยากจะลองทำสักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งตอนนี้ไม่เพียงแต่ผู้ชายมาดเซอร์เท่านั้นที่นิยม สาวลุคเท่ห์ก็ทำทรงนี้กันไม่น้อย

เดทล็อคเป็นทรงผมที่ต้องบอกไว้ก่อนว่า หากตัดสินใจถักแล้วแก้ไขให้เส้นผมกลับมาคืนสภาพดังเดิมนั้นยากมาก เพราะ เป็นทรงผมที่จะต้องยีผมและถักเส้นผมให้รวมกันเป็นแท่งหลอดๆหรือเป็นยวงๆตั้งแต่เส้นผมที่อยู่ใกล้กับโคนผมจรดปลายผม  ฉะนั้นหากจะแก้หรืออยากจะเปลี่ยนทรงผม จะต้องใช้หวีสางออกจากกันทีซึ่งส่วนใหญ่ จะตัดสินใจตัดออกและเลี้ยงผมให้ยาวขึ้นมาใหม่ ซึ่งหากเป็นผู้ชายก็ไม่มีปัญหาแต่หากเป็นผู้หญิง ใช้เวลานานพอสมควรกว่าผมจะยาวตามที่ต้องการ

เดทล็อคเป็นทรงผมที่มีสไตล์ค่ะ โดยรวมหากพูดในเรื่องของแฟชั่น จะรวบ มัดจุกหรือปล่อย ก็ดูเทห์ไม่หยอก แต่หากพิจารณาผลที่จะตามมาเกี่ยวกับเรื่องเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว ทำให้หลายๆคน คิดไม่ตก ซึ่งในบทความนี้เราขอพูดถึงการสูญเสียเส้นผมและปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะจากการทำทรงผม เดทล็อคกันค่ะ

  1. สูญเสียเส้นผมและทำให้หนังศีรษะเกิดการระคายเคืองตั้งแต่ขั้นตอนการทำ เริ่มจากแบ่งผมในอัตราส่วนที่เท่าๆกันแล้วใช้หวีซี่เล็กหรือถี่ยีผม จากนั้นก็จะใช้เข็มหรือโคเชต์ถักผมเพื่อทำให้ผมรวมตัวกันเป็นหลอดๆ โดยเริ่มถักจากบริเวณใกล้กับโคนผม จนถึงปลายผม ในส่วนนี้จะทำให้เกิดอาการเจ็บๆคันบริเวณหนังศีรษะและเส้นผมขาดหรือหลุดร่วง ซึ่งเกิดจากถักทอการ ดึงรั้งเพื่อไม่ให้เส้นผมที่ถักหลดออกจากกันง่ายๆ นั่นเองค่ะ
  2. เดทล็อคเป็นทรงผมที่จะต้องถักเส้นผมมารวมกัน หากจะต้องเอาผมปลอมมาต่อเพื่อเพิ่มความยาวที่สวยงาม แน่นอนว่าจะต้องมีปัญหาการถ่วงน้ำหนักเกิดขึ้น ด้วยน้ำหนักผมที่นำมาถักเชื่อมต่อ(ตามความยาว) จะไปดึงรั้งโคนผมทำให้เกิดอาการคันหนังศีรษะ  เกิดอาการตึงที่หนังศีรษะ เส้นผมหลุดแน่นอนแม้จะมองไม่เห็น นอกจากนี้อาการคันหนังศีรษะ ยังเกิดขึ้นจากผมที่ถักทอที่เริ่มหลุดแล้วทิ่มหนังศีรษะ หากคันมากจนต้องเกาอยู่บ่อยๆจะทำให้เกิดแผลหนังศีรษะถลอก หนังศีรษะอักเสบได้อีกด้วยค่ะ
  3. การดูแลรักษา ขอใช้คำว่า “ดูแลรักษยากกว่าปกติหลายเท่า” แม้ในการทำความสะอาดจะเหมือนสระผมปกติทั่วไป คือใช้แชมพู แต่!ต้องพิถีพิถันกว่ามาก แถมยังสระยุ่งยากอีกด้วย เพราะลักษณะทรงผมเดทล็อคที่มีการถักเส้นผมตั้งแต่บริเวณใกล้โคนผม ซึ่งแทบจะติดกับหนังศีรษะทำให้ การทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างทั่วถึงและสะอาดเอี่ยม นั้นเป็นไปได้ยากมาก ทำให้คนที่ทำทรงผมเดทล็อค แม้จะมีการทำความสะอาดอยู่เป็นประจำแต่ก็ไม่สามารถขจัดสิ่งสกปรก และคราบไขมันเหงื่อที่เกาะอยู่บริเวณหนังศีรษะออกให้หมดไปได้ เมื่อเซลหนังศีรษะและคราบไขมันเกิดสะสมมากขึ้น ปัญหา รังแค สะเก็ดคราบไขมัน และกลิ่นอับชื้น ก็จะตามมา
  4. สระเสร็จแล้ว ต้องเสียเวลาเป่าผมให้แห้ง หากก้อนผมไม่แห้ง จะทำให้เกิดเชื้อรา ขึ้นได้ง่ายๆ ในส่วนนี้หากใช้ไดร์เป่าผมที่มีลมร้อนจะส่งผลเสียแก่ หนังศีรษะ และเส้นผมโยตรงคือ ในส่วน หนังศีรษะจะเป็นการรบกวนต่อมไขมัน ความร้อนจะไปกระตุ้นต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากเกินความจำเป็น ทำให้หนังศีรษะมันและจะทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางในอนาคต และในส่วนของเส้นผมจะทำให้เส้นผมแห้งเสีย เปราะหักง่าย กระเปราะผมแห้งและเส้นผมอ่อนแอ
  5. นอกจากเสียผมที่ยาวสรวยแล้วยังเสียความมั่นใจด้วย เมื่อตัดสินใจถอดเดทล็อคหรือเปลี่ยนทรงผม สิ่งแรกที่คุณจะเสียก็คือ เส้นผม เพราะจะต้องตัดเส้นผมที่ถักออกทั้งหมด และจะต้องเสียเวลาในการเลี้ยงผมให้ยาวขึ้นมาใหม่อีก

 

เมื่อพิจารณาและเปรียบเทียบข้อจำกัดของทรงผม และการสูญเสียเส้นผมกับผลเสียที่จะตามมาแล้ว ความเท่ห์ที่จะได้ในลุคเซอร์ๆจาก ทรงผมเดทล็อค ดูเหมือนจะต้องคิดหนักกันหน่อยนะคะ และสำหรับใครที่ลองถักเดทล็อคมาแล้วและพบเจอกับปัญหาผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมีคราบไขมันอุดตันหรือมีอาการคันและรังแค ก็ไม่ต้องเครียดไปค่ะ เพราะอาการผมร่วง ผมบางเกิดจากการถูกดึงรั้งทำให้เส้นผม ขาด หลุดร่วง เมื่อมีการถอกเด็ทล็อคแล้ว อาการจะดีขึ้น เส้นผมจะงอกขึ้นมาใหม่ ซึ่งควรมีการคลีนหนังศีรษะนำสิ่งสกปรกและคราบไขมันที่เข้าไปอุดตันรูขุมขนออกเสียก่อนค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นขจัดสิ่งสดปรกอันเป็นอุปสรรคขวางทางเดินของเส้นผม  จากนั้นควรมีการบำรุงรากให้แข็งแรง เพื่อให้เส้นผมที่กำลังงอกขึ้นมาใหม่มีความสมบรูณ์ ยาวเร็วค่ะ

และในกรณีที่พบว่า นอกจากจะมีปัญหาผมร่วง ผมบางแล้ว ยังมีปัญหา เชื้อรา รังแค และอาการคันร่วมด้วย ในส่วนนี้ ควรมีการรักษาอาการรังแคร่วมด้วยกับการบำรุงด้วยนะคะ ซึ่ง ในปัจจุบัน นอกจาก แชมพูที่มีส่วนผสมของตัวยา ที่สามารถขจัดรังแคแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์เซรั่มเข้มข้นที่มีตัวยาซิงค์ไพริไทออน (Zinc Pyrithione) และ เซลิเนียมซัลไฟด์ที่มีคุณสมบัติ ช่วยลดการแบ่งตัวของเซลล์หนังของหนังศีรษะอีกทั้งยังมีตัวยา คีโตโคนาโซน ซึ่งช่วยในการขจัดเซลล์ที่ตายแล้วลดการเกิดขุย และมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อรา ยีสต์ที่เป็นสาเหตุรังแค ทำให้อาการรังแคดีขึ้นและหายในที่สุดค่ะ

รสนิยมของคนเราแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นแบบไหน ทรงผมอะไร หากมีการดูแลความสะอาดและหมั่นบำรุงรากผมให้แข็งแรงเสมอ เมื่อเกิดปัญหาเราก็จะสามารถแก้ไขรักษาอย่างทันถ่วงทีได้ค่ะ

 

December 4, 2014

ระบบฮอร์โมน กับ ปัญหา ผมร่วง ผมบาง

 

ระบบฮอร์โมน กับ ปัญหาผมร่วง ผมบาง

 

ฮอร์โมน คือสารเคมีที่หลั่งมาจากต่อมไร้ท่อ แล้วเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปยังอวัยวะหรือเซลล์เป้าหมายที่มีตัวรับเฉพาะเจาะจงต่อฮอร์โมนนั้นๆ ซึ่งฮอร์โมนบางชนิดก็ถูกผลิตมาจากเนื้อเยื่อบางอวัยวะของร่างกายด้วย ฮอร์โมนแบ่งตามประเภททางเคมีมีอยู่3ประเภท คือ เปปไทดฮอร์โมน เอมีนฮอร์โมน และ สเตอรอยด์ฮอร์โมน

หน้าที่หลักของฮอร์โมนคือ

  1. ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธ์ คือการสร้างเซลล์สืบพันธ์ สร้างการเจริญเติบโตตามวัย ได้แก่ ฮอร์โมน เอสโตรเจน และ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน
  2. รักษาสภาวะในร่างกายให้คงที่ เช่นการรักษาปริมาณน้ำในร่างกาย ความดันโลหิต ความเป็นกรดด่าง ระดับน้ำตาลในเลือด และแคลเซียมในกระดูก
  3. ช่วยควบคุมการสร้างและการใช้พลังงานของร่างกาย โดยการควบคุมอัตราเมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน

จากอธิบายข้างต้น จะเห็นได้ว่า ระบบฮอร์โมนนั้น มีความสำคัญอย่างมากนะคะ ในการควบคุมกลไกต่างๆในร่างกาย และอวัยวะต่างๆให้ทำงานปกติ และหากระบบฮอร์โมนภายในร่างกายเกิดการแปรปรวนหรือมีการผลิตฮอร์โมนในปริมาณที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผลิตมากเกินความจำเป็น หรือน้อยเกินที่ร่างกายต้องการใช้ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย และอวัยวะต่างๆ ทั้งสิ้นค่ะ

ภาวะฮอร์โมนผิดปกติสามารถเกิดขึ้นได้ กับทุกเพศ ทุกวัย และส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อเรามีอายุมากขึ้นซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ในกรณีที่เกิดกับบุคคลที่อายุยังน้อย ยังไม่ก้าวเข้าสู่วัยทองแน่นอนว่าจะต้องมีสาเหตุแน่นอน และสาเหตุอาจมาจาก

  1. กรรมพันธ์
  2. การเจ็บป่วยจากโรคบางชนิด เช่น ไทรอยด์ เบาหวาน โลหิตจาง
  3. ความเครียด
  4. ผลข้างเคียงจากการใช้ยางบาชนิด ติดต่อเป็นเวลานาน เช่น ยาคุมกำเนิด ยารักษาความดันโลหิตสูง

ผลกระทบจากภาวะฮอร์โมนแปรปรวนหรือ ผิดปกตินั้น แม้ไม่ใช้ปัญหาใหญ่แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการทำงานของเซลล์หรืออวัยวะต่างๆในร่างกายเกิดความบกพร่องและจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหลายอย่างเช่น

ในเผู้หญิง หากขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือผลิตฮอร์โมนอสโตรเจนน้อยลง จะส่งผลให้เซลล์และระบบการทำงานร่างกายเสื่อมถอยลง ยกตัวอย่างเช่น ประจำเดือนมาผิดปกติ มีอาการหงุดหงิด นอนไม่หลับ อ้วนง่าย ปัสสวะเล็ด ผมร่วง ผมบาง เป็นต้น ทั้งนี้ อาการเหล่านี้ยังส่งผลทำให้ผู้หญิงที่ระบบฮอร์โมนบกพร่องมีความเสี่ยงในเรื่องของโรคที่มาแทรกซ้อนได้อีกด้วย เช่น โรคกระดูกพรุน มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม และหลอดเลือดหัวใจทำงาผิดปกติ

ในผู้ชาย ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน คือ ฮอร์โมนประจำเพศของผู้ชาย มีหน้าที่กระตุ้นให้แสดงความเป็นชายตามวัยที่เหมาะสม และสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย โดยสมองจะเป็นตัวควบคุมฮอร์โทนชนิดนี้และเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนนี้จะค่อยๆลดจำนวนลง และส่งผลให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้เช่น กล้ามเนื้อลีบ กระดูกพรุน ศีรษะล้าน และมีความเสี่ยงต่อมะเร็ง เป็นต้น

และด้วยฮอร์โมนเป็นกลไลขับเคลื่อนการทำงานและควบคุมอวัยวะต่างๆในร่างกายให้อยุ่ในสภาวะปกติ ปัญหา ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ที่เกิดทั้งในผู้หญิงและผู้ชายจึงอาจมีความเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมนที่เกิดความแปรปรวนด้วย ซึ่งฮอร์โมนที่ส่งผลทำให้เกิดปัญหา ผมบาง หนังศีรษะล้านนั้นเกิดจาก ระดับ ฮอร์โมน เอสโตนเจนและเทสโทสเตอโรน มีปริมาณที่ไม่สมดุล ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้นอกจากจะควบคุมการทำงานของร่างกายอย่างทีกล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีบทบาทต่อต่อมรากผมอีกด้วย คือช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นผม แต่เมีอมีการทำปฏิกิริยากับเอมไซม์บางชนิดที่มีอยู่ในหนังศีรษะ จนเกิดเป็นสารDHTขึ้น สารตัวนี้หากมีอยู่มากที่ผิวหนัง หรือหนังศีรษะก็จะไปกระตุ้นทำให้ร่อมไขมันใหญ่ขึ้น หนังศีรษะก็จะมันมากขึ้น ผู้ที่มีปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะที่มาจากภาวะฮอร์โมนบกพร่องส่วนใหญ่ก็จะมีอาการหนังศีรษะมันร่วมด้วยและหากมีการรบกวนการทำงานของรากผม ก็จะออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการการสร้างเส้นผมของต่อมรากผม ทำให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักตัวเร็วขึ้น ทำเส้นผมร่วงเร็วและมีเส้นผมที่เล็กลีบ

ปัญหาผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะล้าน ที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนบกพร่องนั้น อาจไม่ได้เกิดจากสามาเหตุ DHTเพียงอย่างเดียว อาจจะเกิดจาก ความบกพร่องของระบบการไหลเวียนของเลือด และ ระบบการเผาพลาญไขมันในร่างกาย  ร่วมด้วย  ซึ่งไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ก็ล้วนแล้วแต่เกิดจากการเสื่อมถอยของเซลล์ในร่างกายจนทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนขึ้น การทำจิตใจให้สบาย ลดความเครียด และการออกกำลังกาย ทานอาหารครบ5หมู่ หลีกเลี่ยงไขมันไม่ดี และการงดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์และส่งเสริมกรผลิตฮอร์โมนให้อยู่ปริมาณที่เหมาะสมค่ะ

และเพื่อเป็นการป้องกัน ปัญหา ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ไม่ให้เกิดขึ้นหรือลุกลามในอนาคต   นอกจากการดูแลเรื่องสุขภาพภายในแล้ว  การบำรุงนอกเช่นการเติมวิตามินสู่รากผมโดยตรง ด้วยเซรั่ม นาโนเวชสูตรเอ็กตร้า ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษา ฟื้นฟูให้รากผมมีความสมบรูณ์และสร้างเส้นผมที่แข็งแรงไม่หลุดร่วงง่ายกลับคืนมา ด้วยคุณสมบัติเซรั่มที่มี Active เข้มข้น และมีโมเลกุลที่เล็กสามารถซึมเข้าสู่หนังศีรษะได้ดี จะช่วยขจัดคราบไขมัน สิ่งสกปรกออกไปจากหนังศีรษะและรูขุมขน จากนั้นวิตามินที่มีอยู่จะแทรกซึมผ่านรูขุมขนไปบำรุงฟื้นฟู สร้างความแข็งแรงให้แก่รากผม ทำให้อัตราการเกิดใหม่ของเส้นผมมีปริมาณมากขึ้น ไม่เล็กลีบ และไม่หลุดร่วงได้ง่าย และนาโนเวช เป็นเซรั่มที่สกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ 100%ทำให้มั่นใจได้ว่า ไม่มีสารเคมีเจือปน ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ค่ะ

เซลล์ในร่างกายมีการทำงานตลอดเวลาซึ่งแน่นอนว่า หากเราไม่ใส่ใจในสุขภาพ ย่อมมีแต่การสูญเสียโดยไม่มีการผลิตขึ้นมาทดแทน แต่หากเรามีการสร้างความพร้อมและมีการสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายเสมอ จะเป็นการช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถดถอยเร็วขึ้นไปอีกด้วยค่ะ

Tips:ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรากผมที่มาจากธรรมชาติ 100% เพื่อเป็นการฟื้นฟูเซลรากผมแบบยั่งยืนโดยไม่มีผลข้างเคียงของการแพ้สารแปลกปลอม  ผุ้ใช้ สามารถตรวจสอบความเป็นธรรมชาติได้จากคำว่า Organic 100% ซึ่งจะอยู่ในรายละเอียดข้างบรรจุภัณฑ์ หรือฉลากของผลิตภัณฑ์

December 1, 2014

ไวรัสตับอักเสบ C หรือ HCV กับภาวะ ผมร่วง

 

ไวรัสตับอักเสบC หรือ HCV กับภาวะ ผมร่วง

 

คนไทยเราคุ้นเคยกับ โรคไวรัสตับอักเสบ A และ B กันมานานแล้วแต่สำหรับ ไวรัสตับอักเสบ C หรือ HVC อาจจยังไม่คุ้นเคยกันสักเท่าไหร่นักนะคะ จริงๆแล้วโรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ค่ะเพราะทางการแพทย์ได้ค้นพบโรคนี้นานกว่า12 ปี มาแล้วค่ะ และโรคนี้ก็มีความรุนแรงไม่น้อยหน้า ไวรัสชนิดอื่นๆอีกด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ HVC หรือโรคไวรัสตับอักเสบชนิดCกันค่ะ

HCV หรือ ไวรัสตับอักเสบชนิด C นี้ คือโรคที่ก่อความเสียหายให้แก่เซลล์ตับ อันได้แก่ ทำให้เกิดการอักเสบและการสูญเสียชิ้นเนื้อตับที่เร็วและมีโอกาสที่จะทำให้ตับแข็งและเป็นมะเร็งตับได้เร็วกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ ชนิด A แล้ว ลักษณะการติดต่อก็ยังแตกต่างกันอีกด้วยเช่น ไวรัสตับอักเสบ A จะได้รับการติดเชื้อจาการทานอาหารที่มีเชื้ออยู่ และจะมีอาการอักเสบมาก อ่อนเพลียมาก ตัวและตา เหลืองมาก แต่จะหายเองได้เป็นปกติ

แต่ HVC หรือไวรัสตับอักเสบ C จะมีการดำเนินของโรคคล้ายกับไวรัสตับอักเสบ B แต่มีความรุนแรงและมีโอกาสในการเรื้อรังสูงมากผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ C นี้เมื่อรักษาแล้วมีโอกาศหายมีเพียง15%ของผู้ที่เป็นทั้งหมด อีก 85% จะยังมีเชื้ออยู่ในร่างกายและยังเรื้อรัง มีการทำลายเซลล์ตับตลอดเวลา ด้วยเหตุผลนี้เอง ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ C จึงมีโอกาสเป็นโรคตับแข็งและมะเร็งตับเพิ่มขึ้นมาก

ไวรัสตับอักเสบ C สามารถติดต่อกันได้ทาง เลือดและการใช้ของมีคมร่วมกับผุ้อื่น (การมีเพศมันพันธ์ แม่สู่ลูก ก็มีส่วนแต่%ในการติดเชื้อน้อยมาก)อาการส่วนใหญ่ เนื่องจากเซลล์ตับได้ถูกทำลายด้วยเชื้อไวรัสเป็นประจำ ซึ่งลักษณะการทำงานของเชื้อไวรัส คือเจาะเข้าไปในเซลล์ตับจากนั้นมีการแบ่งตัวเข้าไปทำลายเนื้อเซลล์ตับทันที ทำให้มีอาการ เหนื่อย อ่อนเพลีย เหมือนคนเป็นไข้ธรรมดา เมื่อเรื้อรังเป็นเวลานานจะเกิดการเสียเนื้อตับ มีผังผืดเกาะติดเป็นภาวะตับแข็ง และเกิดมะเร็งอย่างที่กล่าวมาข้างต้นได้

และด้วยลักษณะความรุนแรงของไวรัสตับอักเสบ C หรือ HVC นี้ วิธีการรักษาอาจต้องรับวัคซีนต่อต้านการแพร่ของเชื้อไวัรสและปังกันการดำเนินโรคของตับไปสู่ภาวะตับแข็งและลดการเกิดมะเร็งตับ โยตัววัคซีนที่ใช้จะมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก ผู้ป่วยอาจมีอาการ น้ำหนักด เบื่ออาหาร ผมร่วง เกล็ดเม็ดเลือดต่ำ ปวดตามตัว ปวดหัวเป้นระยะ ซึมเศร้า นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ป่วยที่ได้รับผลข้างเคียงรุนแรงแต่ในจำนวนน้อยเท่านั้น เช่น โรคไทรอยด์ ชัก เป็นต้น

และปัญหาผมร่วงเนื่องจากผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษาโดยวัคซีนของไวรัสตับอักเสบC นี้ จัดเป็นปัญหาผมร่วง ในกลุ่ม ผมร่วงแบบฉับพลัน อันมีผลมาจากการที่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าสู่ร่างกายและมีผลกระทบเซลล์รากผมทำให้รากผมเกิดการผลัดเปลี่ยนเส้นผมก่อนเวลาอันสมควร ซึ่งอาการผมร่วงอย่างฉับพลันนี้มักมีอาการผมร่วงทั่วศีรษะ หลักจากที่ผู้ป่วยได้รับประทานยา หรือการรับเอาสารเคมีบางชนิดเข้าสู่ร่างกาย เช่น การให้คีโม หรือ วัคซีนบางชนิด 1-2 สัปดาห์ไปแล้ว และจะเห็นว่าอาการผมร่วงจะเริ่มชัดเจนเมื่อ1-2เดือน

อาการผมร่วงฉับพลันนี้จะสามารถหายกลับมาเป็นปกติได้ค่ะ คือรากผมเกิดการสร้างเคราติน หรือเส้นผมขึ้นมาใหม่ได้ หลังจากกระบวนการรักษาเสร็จสิ้นลง หรือ เมื่อร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เส้นผมจะสามารถกลับมามีเส้นหนาดกดำได้เหมือนเดิมนั้นจะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของสภาพร่างกายของแต่ละคน ซึ่งแตกต่างกันออกไป

และวิธีที่จะช่วยให้เส้นผมขึ้นใหม่ได้เร็วและแข็งแรงดังเดิมนั้น จะต้องบำรุงฟื้นฟูความแข็งแรงให้แก่ต่อมรากผมค่ะ ด้วยเหตุผลที่ว่า “รากผมเป็นเซลล์ที่มีชีวิต และมีหน้าที่ในการสร้างเคราตินหรือเส้นผม” เส้นผมจะงอกเร็วหรือช้า เส้นหนาดกดำหรือเล็กลีบหลุดง่าย ขึ้นอยู่กับสภาพความสมบรูณ์ของรากผมนั่นเองค่ะ วิธีการบำรุงรากผมให้แข็งแรงนั้น ควรได้มาจากการ รับประทานอาหารให้ครบ5หมู่ การพักผ่อนให้เพียงพอ การทำจิตใจให้สบาย และการเติมวิตามินที่เข้มข้นให้แก่รากผมโดยตรงทางหนังศีรษะ

ปัจจุบันได้มีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะออกให้ผู้บริโภคเลือดใช้มากมาย ซึ่งผู้ป่วยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่สารเคมีปนเปื้อน หรือผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถสังเกตุได้จากคำว่า Organic100% ที่ระบุในรายละเอียดข้างบรรจุภัณฑ์หรือในฉลาก

ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีและเพื่อเป็นการลดโอกาสเสี่ยงต่อสารเคมีตกค้างเข้าไปมีผลกระทบต่อตับของผู้ป่วย และ นาโนเวช เซรั่มบำรุงรากผม สูตร Extra จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบชนิด C หมดไปค่ะ

เพราะ นาโนเวช สูตร Extra เป็นเซรั่มที่อุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินทีได้จากการสกัดจากธรรมชาติ 100% ซึ่งไม่มีสารเคมีปนเปื้อนแน่นนอน หลักกการทำงานของ นาโนเวช สูตรExtarนั้น ด้วยกระบวนการผลิตเทคโนโลยีนาโนที่ช่วยทำให้โมเลกุลของเซรั้มเล็กและสามารถนำสารอาหารและวิตามินซึมเข้าสู่รูขุมขนได้เร็วขึ้นทำให้การบำรุงฟื้นรากผมให้มีความแข็งแรงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินที่รากมต้องการแล้ว นาโนเวชสูตร Extra ยังมีคุณสมบัติในการทำความสะอาด ขจัดคราบไขมันและสารเคมีที่ตกค้างบนหนังศีรษะและรูขุมขนอีกด้วย

ปัญหาผมร่วง ผมบางหนังศีรษะล้าน สามารถแก้ไขได้ หากเรารู้ต้นตอของเหตุที่มา และรู้แนวทางการแก้ไข เมื่อทราบว่า ปัญหาผมร่วงสามารถแก้ไขได้ ก็เลิกเครียด หมกกังวลได้แล้วนะคะ เพราะว่าเรื่องของจิตใจ สำหรับ ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบชนิด C ก็สำคัญค่ะ

 

TIPS: วิธีป้องกันตัวเองจาก ไวรัสตับอักเสบชนิด C คือหลีกเลี่ยงการใช้ของมีคมร่วมกัน  เพราะ สาเหตุสำคัญจากการติดเชื้อ นั่นก็คือ ทางเลือด

November 26, 2014

ไทรอยด์ กับปัญหา เส้นผมและหนังศีรษะ

 

ไทรอยด์ กับปัญหา เส้นผมและหนังศีรษะ

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิด ปัญหา ผมร่วง ผมบาง มีหลายประการ  เช่น การแพ้สารเคมี  ความมัน เชื้อรา ความเครียด การพักผ่อน ซึ่งเป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ แต่ในบางปัจจัยเราก็ไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยที่มีเรื่องของฮอร์โมน พันธุ์กรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างกรณีการเจ็บป่วยโรคบางชนิด

ที่ต้องมีการรักษาอย่างต่อเนื่อง อย่าง เช่นมะเร็ง SLE และ โรคไทรอยด์ เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องของ ปัญหา ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ในกรณีที่ร่างกายมีการเจ็บป่วยจากโรคบางชนิด  ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเรื่อง ปัญหาเส้นผมแะหนังศีรษะจากการเจ็บป่วยโรคไทรอยด์ กันค่ะ

ก่อนอื่นขออธิบายเรื่องของ ต่อมไทรอยด์ คร่าวๆก่อนนะคะ ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนสำคัญๆ ซึ่งฮอร์โมนนั้นทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆภายในร่างกาย อีกทั้ง ยังทำหน้าที่ ควบคุมอุณหภูมิ ความแข็งแรงกล้ามเนื้อ อารมณ์ ความรู้สึก ระดับไขมันในเลือด รวมไปถึงระบบเผาผลาญในร่างกายด้วย

อาการผิดปกติของไทรอยด์มี2ชนิด คือ

  1. Hypothyroid (ไฮโปไทรอยด์) คือ อาการที่ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย หรือ ผลิตฮอร์โมนออกมาน้อยกว่าปกติ ทำให้ร่างกายไม่มีฮอร์โมนไทรอยด์ไปหล่อเลี้ยงระบบต่างๆในร่างกายมากพอ ลักษณะอาการ คือ หัวใจเต้นช้า เหนื่อยง่าย ง่วงนอนตอดเวลา เชื่องช้า ซึม ปวดตามข้อ ท้องผูก ผมร่วง ผิวหนังแห้ง คัน ประจำเดือนมาไม่ปกติ เป็นต้น
  2. Hyperthyroid (ไฮเปอร์ไทรอยด์) คือ อาการที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญพลังงานออกมามากเกินไปและหลั่งเข้าสู่กระแสโลหิต ซึ่งไปกระตุ้นให้อวัยวะส่วนต่างๆทำงานหนักขึ้นไปด้วย ทำให้ไทรอยด์เป็นพิษ ลักษณะอาการคือ นอนไม่หลับ  อารมณ์แปรปรวน ตาโปน เหนื่อยง่าย ใจสั่น มือสั่น ผมร่วง ผิวหนังมัน น้ำหนักตัวลดแม้ว่าจะสามารถทานอาหารได้ปกติ

ซึ่งจากที่ได้อธิบายข้างต้น สรุปได้ว่า ฮอร์โมนไทรอยด์มีหน้าที่ออกฤทธิ์กระตุ้นให้เซลล์ต่างๆ ทั่วร่างการทำงานเป็นปกติ ถ้ามีฮอร์โมนนี้มากเกินไป ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้ทำงานจนทนไม่ไหว เกิดเป็นโรคคอพอกเป็นพิษ ตรงกันข้าม ถ้ามีฮอร์โมนนี้น้อยเกินไป ร่างกายก็จะเฉื่อยชา เกิดโรคที่เรียกว่า ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยนั่นเองค่ะ อย่างไรก็ตาม  ไม่ว่าจะมีมากไปหรือน้อยไปก็ล้วนแล้วแต่จะทำให้เกิดความบกพร่องของกระบวนการทำงานใน ร่างกายจนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆขึ้นมาได้ทั้งสิ้น

และหากพูดถึง ความสัมพันธ์ระหว่างโรคไทรอยด์กับปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ  ในส่วนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับระบบ ฮอร์โมนในร่างกายโดยตรง คือ ฮอร์โมนบางชนิดที่ถูกสร้างด้วยต่อมไทรอยด์และเป็นตัวควบคุมการทำงานของต่อมไขมันซึ่งมีอยู่ทุกรูขุมขน(ไม่เว้นแม้แต่ผิวหนังในบริเวณอื่นๆ) ทำงานผิดปกติ อาจมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ซึ่งโดยปกติแล้วต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันในปริมาณที่ปกติเพื่อสร้างสมดุลให้แก่หนังศีรษะ แต่เมื่อต่อมไทรอยด์ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของฮอร์โมนที่มีอิทธิพลต่อการทำงานของต่อมไขมัน ทำงานมากเกินไป จึงไปกระตุ้น เร่งการทำงานของต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น ทำให้ ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ชนิดHyperthyroid (ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป)   จึงมีอาการหนังศีรษะมัน ผมร่วง ผมบาง ร่วมด้วย ทั้งนี้ด้วยสาเหตุที่ว่า “ ความมันเมื่อมีมากเกินไปจะทำให้ เกิดการอุดตันของไขมันและสิ่งสกปรกที่รูขุมขน ทำให้รากผมอ่อนแอเน่าเสีย เกิดการฝ่อ  โคนผมลอยตัว และหลุดร่วงง่าย”

สำหรับในผู้ป่วยโรคไทรอยด์ชนิดHypothyroid(ไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป)  ด้วยสาเหตุที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนน้อยนี้ทำให้ผมหยาบกระด้าง แห้งและเปราะ ผมงอกช้ากว่าปกติ และผมอาจร่วงเป็นหย่อมๆ ขนคิ้วอาจร่วง ขนตามตัวก็มีน้อยลง หนังศีรษะและผิวหนัง แห้ง เป็นรังแคและแพ้ง่าย สาเหตุเกิดจากการสร้างน้ำมันของต่อมไขมันลดน้อยลง หนังศีรษะจึงขาดความชุ่มชื้นและขาดสมดุลนั่นเองค่ะ

ในการรักษาอาการป่วยไทรอยด์ หากในชนิด Hypothyroid สามารถรักษาให้หายได้   แต่หากเป็นชนิด Hyperthyroid หรือ ไทรอยด์เป็นพิษ แม้การรักษาจะไม่สามารถทำให้หายในเวลาอันสั้นได้แต่สามารถลดความรุนแรงลงเรื่อยๆได้ ซึ่งผู้ป่วยควรปฎิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งในเรื่อง อาหารการกิน การพักผ่อน การออกกำลังกาย การทำจิตใจให้สบาย อย่าคิดมาก  และการทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่า

ขาดหรือหยุดเอง เพียงเท่านี้ อาการของไทรอยด์ก็จะดีขึ้นตามลำดับค่ะ

สำหรับปัญหาเส้นและหนังศีรษะของผู้ป่วยไทรอยด์ทั้ง 2 ชนิด บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นมาจากการทานยารักษาอาการมาเป็นเวลานาน จริงๆแล้วปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะไม่ได้เกิดจากผลข้างเคียงของยาที่ใช้ในการรักษานะคะ แต่มีผลมาจากฮอร์โมนที่ผลิตมากเกินไปหรือน้อยเกินไปจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ค่ะ ซึ่งปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะในกรณีนี้สามารถเยียวยาฟื้นฟูทำให้ผมหยุดร่วง และเร่งให้เส้นผมขึ้นมาใหม่ได้แน่นอนค่ะ หากมีการดูแลรักษาที่ดี

ด้วยปัญหาของผู้ป่วยไทรอยด์ส่วนใหญ่จะมีเรื่องของความมันที่มีมากเกินไปเข้ามาเกี่ยวข้อง จนทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้ง่าย อันดับแรกควรมีการกำจัดความมันส่วนเกินให้ออกไปจากบริเวณ รูขุมขนและโคนผม  จากนั้นควรเติมวิตามินและสารอาหารที่รากผมต้องการ และด้วยนาโนเวช สูตร EXTRA ซึ่งเป็นเซรั่มที่มีโมเลกุลที่เล็กสามารถแทรซึมเข้าสู่ผิวหนังชั้นในได้ดี มีคุณสมบัติในการขจัดความมันที่อุดตันบริเวณรูขุมขนออกไป เปรียบเสมือนเปิดรูขุมขน จากนั้นวิตามินที่มีความเข้มข้นก็เข้าซึมไปบำรุงรากผม สร้างความแข็งแรงให้แก่รากผม   ทำให้รากผมสร้างเส้นผมเส้นใหม่ที่แข็งแรง ไม่หลุดร่วงได้ง่าย

อีกประการหนึ่งคือนาโนเวช สูตร Extra มีความปลอดภัยจากสารเคมี 100% เพราะผลิตจากสมุนไพร  หากผู้ป่วยไทรอยด์ชนิด Hypothyroid ที่มีปัญหา หนังศีรษะแห้งขาดความชุ่มชื้น แพ้ง่าย  ก็สามารถใช้ นาโนเวช สูตร Extra ได้ด้วยเช่นกัน

ภาวะไทรรอยด์ผิกปกติแม้จะทำให้ระบบของร่างกายแปรปรวนและอ่อนแอกว่าคนปกติ แต่หากเราสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายและจิตใจ ให้มีความพร้อมอยู่เสมอ อาการเจ็บป่วยก็จะสามารถทุเลาความรุนแรงและสามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้นะคะ สำคัญที่สุดคือ จิตใจ พยายามอย่าคิดมากจนทำให้ตัวเองเกิดความเครียดต่อเนื่องเป็นเวลานาน  เมื่อจิตใจแข็งแกร่งร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันไปด้วยค่ะ

Tips: หลักในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมขาติ 100% สังเกตุได้จาก คำว่า Organic100% ซึ่งจะระบุอยู่ในส่วนของรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ หรือฉลาก ค่ะ

 

November 25, 2014

SLE ภาวะภูมิคุ้มทำงานผิดปกติ กับ ปัญหาผมร่วง

 

SLE ภาวะภูมิคุ้มทำงานผิดปกติ กับ ปัญหาผมร่วง

 

SLE หรือ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง คนไทยเรารู้จักกันดีในชื่อ โรคพุ่มพวง เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง ปกติคนเราจะมีภูมิคุ้มกันไว้เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค แบททีเรีย ไวรัสต่างๆ ที่แปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย แต่ด้วยปัจจัยบางอย่าง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดการสับสนเข้าใจว่า เนื้อเยื่อในร่างกายเป็นสิ่งแปลกปลอมแล้วก็ส่งปฎิกิริยาเกิดการอักเสบเพื่อที่จะทำลาย โดยการส่งเม็ดเลือดขาวพร้อมทั้งผลิตตัวภูมิชนิดหลั่งออกมา เพื่อไปทำลายตามส่วนต่างๆของร่างกาย

SLE หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง นี้ 80% ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเป็นผู้หญิงที่มาอายุ อู่ระหว่าง 20 – 45 ปี ซึ่งไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า สาเหตุของโรคคืออะไร แต่สันนิฐานว่าน่าจะมาจาก พันธุกรรม ฮอร์โมน โรคบางโรคที่แอบแฝงอยู่ในร่างกายเป็นเวลา และฮอร์โมน

SLE หรือภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง สามารถเกิดขึ้นในได้ในทุกระบบในร่างกาย และความรุนแรงของโรคก็ขึ้นอยู่กับว่า เป็นในส่วนใด ระบบใดของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบหัวใจ ระบบเลือด กล้ามเนื้อ ระบบไต ระบบทางเดินอาหาร  และระบบผิวหนัง ยกตัวอย่างอาการ เช่น

ระบบประสาท ทำให้อ่อนเพลีย

ระบบเลือด  เส้นเลือดเกิดการอักเสบทำให้ซีด มือเท้าเย็นเมื่อ อากาศเปลี่ยนแปลง

ระบบไต ทำให้โปรตีนรั่ว ทำให้ร่างกายได้รับโปรคีนไม่เพียงพอ ระบบเลือดขาดสมดุล

ระบบกล้ามเนื้อและข้อ เกิดการอักเสบ ทำให้ปวด บวม

ระบบหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เกิดการชัก

ระบบผิวหนัง ทำให้ อักเสบเป็นผื่นแดง แพ้ง่าย และผมร่วง

 

และเรื่องที่เราจะพูดก็คือ อาการของ ผมร่วง ในผู้ป่วยโรค SLE กับภาวะภูมิคุ้มกันทำลายระบบผิวหนังในบทความนี้กันค่ะ

อย่างที่เราทราบกันค่ะว่าอวัยวะในร่างกายในแต่ละส่วนมีความสัมพันธ์กัน หากอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดความเสียหาย หรือทำงานผิดปกติจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะในส่วนอื่นไปด้วย  และด้วยการดำเนินของโรค SLE ที่สามารถกำเริบเกิดขึ้นในทุกที่ ทุกส่วนในร่างกาย เมื่อ SLE เกิดขึ้นกับระบบผิวหนัง แน่นอนว่า  “อาการผมร่วง” ก็จะมีโอกาสเกิดขึ้นสูง

SLE เมื่อเกิดขึ้นในระบบผิวหนัง แม้โรคจะสงบแต่หากผู้ป่วยถูกแสงแดดสัมผัส จะทำให้เกิดอาการผิวหนังเป็นผื่นแพ้ แดง อักเสบขึ้นมาโดยง่าย  ซึ่งหนังศีรษะก็เป็นผิวหนังเช่นกัน และหนังศีรษะก็เปรียบเสมือนเกราะป้องกันสิ่งแปลกปลอม สิ่งสกปรกที่จะเข้าไปทำร้ายให้แก่รากผม หากหนังศีรษะเกิดการอ่อนแอ   เป็นแผล อักเสบ หนังศีรษะมัน รากผมจะได้รับผลกระทบไปด้วย

และสาเหตุที่ ผมร่วง นั้นไม่ได้เกิดจากสาเหตุนี้เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่เซลล์ที่เกิดการอักเสบมาล้อมบริเวณรากผม ทำให้ภูมิคุ้มกันหรือตัว Antibody system เกิดความสับสนเข้าใจว่าเซลล์รากผมคือสิ่งแปลกแล้วหลั่งสารออกมาทำลาย ทำให้รากผมเสียหายและเส้นผมหลุดร่วงได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ระบบเลือด และระบบไต หากมีโปรตีนรั่วหรือเลือดขาดความสมดุล ก็จะเป็นปัญหาในเรื่องการจัดสรรสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นสู่รากผม ซึ่งในกรณีนี้ จะทำให้รากผมขาดความแข็งแรง ไม่มีกำลังในการสร้างเส้นผม (เคราติน) หรือโคนผมอ่อนแอ เส้นผมที่งอกออกมาใหม่จึงมีโคนผมที่เล็กลีบ อ่อนแอ และหลุดร่วงได้ง่าย

ปัญหาผมร่วง ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับช่วงเวลาที่โรคกำเริบ และเมื่อโรคสงบลงจะพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีผมแหว่งไป และเมื่อเจอแสงแดง หรือสัมผสแสงแดด ในบริเวณที่แหว่งนั้นก็จะเกิดอาการแสบแดง ซึ่งวิธีที่จะหยุด ปัญหาผมร่วง นั้นส่วนใหญ่จะเป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการ การบำรุง เร่งการเจริญเติบโตของเส้นผม ตามลำดับ ซึ่งผลที่ได้มากน้อยนั้น จะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพและลักษณะการดำเนินโรคของผู้ป่วยแต่ละคนค่ะ

วิธีดูแลการปฎิบัติตนของผู้ป่วย SLE นอกจากเรื่องการ ทานยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดแล้ว  ด้านจิตใจก็สำคัญนะคะการผ่อนคลายไม่ทำให้ตัวเองเครียดเกินไปจะช่วยการกำเริบของโรคสั้นลงและสงบได้เร็วอีกด้วยค่ะ และนอกจากนั้นการเลือกรับประทานอาหาร ก็ควรเป็นอาหารที่มั่นใจว่าไม่มีสารเคมีหรือสารพิษเจือปนเพราะ สิ่งเหล่านี้ จะเป็นสาเหตุในการเร่งให้โรคกำเริบและทำให้อาการรุนแรงได้ในอนาคตค่ะ

สำหรับผู้ป่วย SLE ที่เผชิญกับเรื่อง ปัญหาผมร่วง อยู่นั้น   การทานยากดภูมิหรือสเตียรอยด์ ก็เป็นสาเหตุหนึงที่ทำให้ ผมร่วง หักเปราะและบางลงได้ ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ แต่หากผู้ป่วยดูแลรักษาร่างกายจนอาการดีขึ้น ปัญหาผมร่วง ผมบาง ก็จะลดน้อยลงตามลำดับ และผู้ป่วยสามารถบำรุงรักษา และกระตุ้นเร่งให้รากผมสร้างผมเส้นใหม่ให้เร็วขึ้นได้  โดยการบำรุงรากผมให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ  อาจมาจากการเติมวิตามินเข้าไปที่หนังศีรษะโดยตรง ด้วยเซรั่มที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่จำเป็นต่อรากผมค่ะ  เมืื่อรากผมได้รับการบำรุงที่เพียงพอก้จะสามารถซ่อมแซมเซลตัวเองให้ฟื้นตัวจากความเสียหายได้เร็วขึ้น และเมื่อรากผมมีความแข็งแรงมากพอ จะช่วยให้รากผมมีกำลังในการสร้างผมเส้นใหม่ในอัตราที่เร็วขึ้น เส้นผมเส้นใหม่จะมีความสมบรูณ์ ไม่หลุดร่วงได้ง่าย

ทั้งนี้ วิธีดูแลรักษาที่ผู้ป่วยจะเลือกใช้ควบคู่กับการรักษาของแพทย์นั้น ควรมีการปรึกษาแพทย์ถึงระยะเวลาที่เหมาะสมก่อนและในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรากนั้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ หรือหลีกเลี่ยงสารเคมีให้มากที่สุด ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารเคมีจะช่วยฟื้นฟูสภาพเซลล์ได้อย่างปลอดภัยค่ะ ทั้งนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบและเพื่อความมั่นใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารเคมี ผู้ป่วยสามารถสังเกตุและตรวจสอบได้จากคำว่า Organic100% ซึ่งจะอยู่ในส่วนของรายละเอียดหรือฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นๆค่ะ

นาโนเวชเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหา ผมร่วง ผมบาง ของผู้ป่วยโรค SLE ได้อย่างตรงจุดค่ะ ด้วยคุณสมบัติ ของนาโนเวชสูตรเอ็กตร้า ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ปลอดภัยจากสารเคมีเจือปน ผู้ป่วยสามารถมั่นใจได้ว่า ไม่มีสารปนเปื้อน ไม่มีผลข้างเคียงแน่นอนค่ะ

และด้วยคุณสมบัติ นาโนเวช สูตรเอ็กตร้า ที่โมเลกุลของวิตามินขนาดเล็ก จึงสามารถซึ่มเข้าสู่ผิวชั้นในได้เร็ว จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก คราบไขมันที่อุดตันบริเวณหนังศีรษะและรูขุมขนออกไปได้ จากนั้นวิตามินก็จะแทรกซึมสู่ผิวชั้นในเข้าไปบำรุงรากผมอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้แน่นอนค่ะ

SLEหรือ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง แม้เป็นโรคที่สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตแต่หากผู้ป่วยได้รับการรักษาและมีการควบคุมการกำเริบของโรคที่ดี มีความระมัดระวังในการใชีวิต  มีการดูแลรักษาสุขภาพ และฎิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยก็จะสามารถหายจากอาการและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้วค่ะ

November 23, 2014

สุขภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็ง(เคมีบำบัด)กับภาวะผมร่วง

 

สุขภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็ง(เคมีบำบัด)กับภาวะ ผมร่วง

 

โรคมะเร็งเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติ ทำให้เซลล์มีการเจริญเติบโตหรือการแบ่งตัวของเซลล์อย่างรวดเร็ว และมากกว่าปกติจนไม่สามารถควบคุมได้ และเซลล์เหล่านี้ มีความสามารถที่จะลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่ออื่นๆ   จนทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติ ซึ่งสาเหตุอาจมากจากสารก่อมะเร็งปนเปื้อนทั้งในอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และสารเคมีบางชนิด รวมไปถึง การติดเชื้อไวรัส และพันธุกรรม เป็นต้น

โรคมะเร็งมีอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดจะมีการดำเนินของโรคที่แตกต่างกัน ระดับการรักษายากง่ายนั้น ขึ้นอยู่ที่ว่า เซลล์มะเร็งนั้นเกิดขึ้นในส่วนใดของอวัยวะในร่างกาย เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม เป็นต้น

และวิธีการรักษาโรคมะเร็งเกือบทุกชนิด “เคมีบำบัด” มักเป็นทางเลือกหลักๆที่แพทย์ใช้ในการรักษาหรือใช้ในรักษาควบคู่กับวิธีอื่นๆ ซึ่งผลข้างเคียงในการรับเคมีบำบัดจะส่งผลกระทบการใช้ชีวิตของผู้ป่วยในช่วงการรักษา เช่น คลื่นใส้อาเจียน เบื่ออาหาร เป็นแผลในปาก และ ผมร่วง ผมบาง บางคนเป็นมากถึงเลือดกำเดาไหล เป็นต้น

การรักษาด้วยเคมีบำบัด คนส่วนใหญ่มักมีทัศนคติที่ไม่มีนักกับคำนี้ ด้วยยุคปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยม ธรรมชาติบำบัดเพราะเชื่อว่า อะไรที่เป็นธรรมชาติจะปลอดภัยกับร่างกายมากกว่าพวกสารเคมี แต่ที่ทุกคนอาจยังไม่รู้นั่นก็คือ ยาบางชนิดที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเคมีบำบัด ก็ได้มีการสังเคราะห์จากพืชที่มีคุณสมบัติทางชีวเคมีเช่นเดียวกับยา หรือจากพืชสมุนไพรที่มีฤิทธิ์ต่อต้านเซลล์มะเร็งค่ะ เพียงแต่ที่นำมาสังเคราะห์ก็เพื่อที่จะได้ปริมาณที่เพียงพอต่อการรักษาโรคมะเร็งเท่านั้นเอง

เคมีบำบัดเป็นสารที่มีฤิทธิ์ในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต ต่อต้านการแพร่ขยายของเซลล์มะเร็ง และเคมีบำบัดไม่เพียงแต่จะเข้าไปฆ่าเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเร็วผิดปกติ อย่างเซลล์มะเร็งเท่านั้น เซลล์ในร่างกายที่มีการแบ่งตัวเร็ว อย่างเช่น เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร  เซลล์ในกระดูก เซลล์รากผม เส้นขน ก็ได้รับผลกระทบนี้ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง มีอาการเบื่ออาหาร อาการ ผมร่วง ผมบาง ร่วมด้วย

แต่ด้วยสาเหตุที่ร่างกายของผู้ป่วยมีความแข็งแรง และอาการเจ็บป่วยมากน้อยไม่เท่ากัน ร่างกายจึงทนต่อการทำเคมีบำบัดได้ไม่เหมือนกัน ผลข้างเคียงจึงมีมากน้อยแตกต่างกันไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรง และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ร่างการและง่ายต่อการฟื้นฟูของร่างกายหลังได้รับเคมีบำบัด การมีร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงน้อยลง ดังนั้นผู้ป่วยโรคมะเร็งควรมีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้ารับเคมีบำบัดอยู่เสมอนะคะ โดยการ

  • ทานอาหารให้ครบหลัก5หมู่
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้บุคคลที่เป็นกำลังเป็นไข้หวัด

และสำหรับ ปัญหาผมร่วง ผมบาง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการข้างเคียงของเคมีบำบัด  ผู้ป่วยสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่รากผมได้ ซึ่งนอกจากคำแนะนำข้างต้นแล้ว การเน้นทานอาการที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่รากผมต้องการ เช่น แมงกานีส ธาตุเหล็ก ไอโอดีน โปรตีน จะช่วยให้รากผมมีความแข็งแรง ลดโอกาสเส้นผมหลุดร่วงได้มากขึ้น  และอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้การสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่รากผมมีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นก็คือ การเติมสารอาหารและวิตามินที่เข้มข้นลงไปโดยตรงที่หนังศีรษะเพื่อให้รากผมได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่  ในส่วนนี้จะช่วยลดอาการของผลข้างเคียงให้น้อยลงและเพิ่มการสร้างเส้นผมใหม่แทนที่ได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติปลอดภัยจากสารเคมี100% หรือสารสกัดจากสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพในการซึมผ่านหนังศีรษะเข้าไปบำรุงรากผมได้จริง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สารเคมีเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการก่อเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้น และเพื่อที่รากผมจะได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ สามารถสร้างผมเส้นที่แข็งแรงและลดการหลุดร่วงได้ค่ะ

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นอกจากจะช่วยให้สร้างภูมิคุ้มที่ดีให้แก่ร่างกายแล้วยังช่วยให้ร่างกายฟื้นจากอาการเจ็บป่วยได้ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในกรณีที่ร่างกายเจ็บป่วยมากและยังต้องการรักษาอย่างต่อเนื่องนั้น ร่างกายจำเป็นต้องใช้สารอาหารเพื่อไปซ่อมแซมอวัยวะที่สำคัญก่อน เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหา ผมร่วง ผมบาง การเติมวิตามินหรืออาหารผมที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังชั้นในได้จริงไปที่หนังศีรษะโดยตรงจะช่วยให้มั่นใจว่า รากผมได้รับสารอาหารที่เพิ่มขึ้นและเพียงพอนั่นเองค่ะ

Tip: การนวดเบาๆที่หนังศีรษะ หลังจากหยดสารอาหารและวิตามินไปที่หนังศีรษะนั้น จะเป็นการช่วยผลักวิตามินให้ซึมผ่านรูขุมขนเพื่อไปบำรุงเซลล์รากผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  อาหารผมและวิตามินที่เข้มข้นจะช่วยให้รากผมแข็งแรง ลดภาวะการฝ่อของเซลล์รากผม และสามารถสร้างเส้นผมใหม่ที่แข็งแรงสมบรูณ์ขึ้นมาแทนผมเส้นเก่าได้ แม้จะมีเส้นผมบางส่วนที่ร่วงไปแต่จะมีเส้นผมที่แข็งแรงขึ้นมาใหม่แน่นอนค่ะ เพียงแค่ผู้ป่วยดูแลสุขภาพร่างกายและหมั่นบำรุงรากผมอย่างสม่ำเสมอ

November 20, 2014

ถาม ตอบ ปัญหาผมร่วง

TIPS

ถาม: มี ปัญหาผมร่วง ค่ะ คือตอนสระผมแล้วลงแชมพู ผมไม่ร่วง แต่พอลงครีมนวดทั้งๆที่ลงแค่ปลายผม ไม่โดนหนังศีรษะเลยผมก็ร่วงติดมือเกือบ 20-30 เส้น ทำยังไงดีคะ ก่อนหน้านี้เคยทำสีผมเองค่ะ แต่ก็หลายเดือนมาแล้ว ส่วนนี้เกี่ยวไหมคะ ขอบคุณค่ะ

ตอบ: เป็นไปได้ที่จะแพ้สารเคมีค่ะ เพราะสารเคมีเหล่านี้จะเกาะติดแน่นมากหากการทำความสะอาดเข้าไปชะล้างออกไม่หมด จะส่งในระยะยาวคือทำลายสมดุลของหนังศีรษะให้อ่อนแอและแทรกซึมเข้าไปทำลายให้รากผมอ่อนแอ และทำให้เส้นหลุดร่วงได้ง่าย และการสระผมหรือการลงครีมนวด หากออกแรงเกาหรือถูแรงจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เส้นผมร่วงได้ง่ายขึ้น เพราะว่าเส้นผมที่มีความอ่อนแอประกอบกับเส้นผมเมื่อเปียกน้ำความยืดหยุ่นจะมีน้อยมากจึงเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงค่ะ

วิธีดูแลรักษาเส้นผมที่อ่อนแอคือ

  1. ตอนสระพยายามอย่าเกาให้ใช้ปลายนิ้วในการนวดหนังศีรษะและในการลงครีมนวดควรใช้มือลูบไล้เส้นผมเบาๆอย่าขยำดึงรั้งแรงๆค่ะ
  2. การบำรุงรักษา รากผมที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงสุขภาพดีอีกครั้งนั้น ต้องทานอาหารที่มีประโยชน์อุดมไปด้วย วิตามินและสารอาหารที่เส้นผมต้องการ อย่างเช่น   โปรตีน เหล็ก/ซิงค์ และไบโอติน เป็นต้น สารอาหารเหล่านี้จะอยู่ใน อาหารตระกูลถั่ว งา และพืชผักใบเขียวค่ะ
  3. บำรุงรากผมโดยการหยดผ่านหนังศีรษะ วิธีนี้จะทำให้รากผมได้รับสารอาหารโดยตรง โดยที่ไม่ผ่านกระบวนการย่อยของร่างกาย ทำให้รากผมได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่