header

สนใจคุยธุรกิจ online กับ นาโนเวช พบกันได้ที่งาน Aseanbeauty 2016

เรียนเชิญนักธุรกิจ ที่สนใจเป็นตัวแทนขายสินค้า NANOVECH

พบกันได้ที่งาน ASEANbeauty วันที่ 28-30 April 2016  บูท C30

นาโนเวช เราเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ภายใต้แบรนด์นาโนเวช โดยการเก็บกลุ่มตัวอย่างของปัญหาเส้นผมนำมาวิจัยเป็นผลิตภัณฑ์นาโนเวช โดยได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยา ได้รับการไว้วางใจผลิตภัณฑ์ นาโนเวช มากว่า 20 ปี จากการใช้งานจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการนำวัตถุดิบในประเทศไทย มาสร้างมูลค่า โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานกับสูตรดั้งเดิมของบรรพบุรุษมาเป็นนวัตกรรม นาโนเทคโนโลยี เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อเน้นการแก้ปัญหา จากการเริ่มต้นจาก ปัญหาผมร่วง ผมบาง รังแค เชื้อราบนหนังศีรษะ อาการคันศีรษะ ปลูกผม เร่งผมยาว ปลูกคิ้ว และยังคงมีการวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อความเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์นาโนเวชของเรา

***  สนใจ คุยธุรกิจ หรือสมัครเป็นเป็นตัวแทนจำหน่าย กับ นาโนาเวช ทั้ง Online และ Offline ได้อะไรบ้าง พบกันได้ที่ บูท C30  ในงาน ASEANbeauty  ที่ ไบเทค BITEC บางนา ในวันที่ 28-30 เมษายน 2016  นี้นะคะ ****

ad

ขจัดรังแคด้วยธรรมชาติ100%

มาถึงหัวข้อ ว่าด้วยความรังแค หรือ ปัญหารังแค คันหนังศีรษะ และเชื้อรากันบ้าง  คราวนี้จะขอนำเสนอ ตัวนี้เลย Nanovech สูตร Anti-Dandruff หรือ นาโนเวชสูตร2 ขวดสีฟ้า เป็นสูตร  บำรุงหนังศีรษะ ที่เน้นเรื่องการ ดูแลรักษา ปัญหารังแค คันหนังศีรษะและเชื้อรา โดยเฉพาะนั่งเอง

สำหรับสูตรนี้ เป็นเซรั่มที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยส่วนผสมที่ได้จากสารสกัดสมุนไพร 100% ไร้สาเคมีเจือปน เรียกได้ว่า สมุนไพรเพรียวๆที่มีมากถึง 20กว่าชนิด หลักๆก็จะมี อาทิ น้ำมันงา ไพร มะกรูด  ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องการบำรุงรักษาสมดุลให้แก่หนังศีรษะแล้ว นาโนเวช ยังดึงเอาคุณประโยชน์จาก เปปเปอร์มิ้น มาเป็นส่วนผสม เพื่อช่วยใน การยั้บยั้งการเจริญเติบโต ของแบคทีเรีย เชื้อราต่างๆ อันเป็น สาเหตุหลัก ที่เป็นชนวน ทำให้ หนังศีรษะที่อ่อนแอ เกิดเป็นปัญหา หนังศีรษะอักเสบ เกิดอาการคัน  และลุกลาม กลายเป็นเชื้อรา รังแค และ ผมร่วงได้ ซึ่ง เซรั่มตัวนี้เนี่ย ใช้ได้ทั้ง เพื่อป้องกัน การเกิดรังแค และเพื่อเป็นการรักษาเบื้องต้น ก็ได้อีกด้วย 

 

+++อ้อ++ ด้วยกลิ่นที่หอมและคุณสมบัติในการซึมลึกได้ดีของสารสกัดต่างๆที่เป็นส่วนผสม ยังช่วยเรื่อง กลิ่นอับชื้นเส้นผมด้วยนะ จัดว่าเลิศมาก!!!

Nanovech สูตร Anti-Dandruff หรือ นาโนเวชสูตร2 ขวดสีฟ้า  เนี่ย ขวดนึงจะบรรจุ15มล.นะจ๊ะ  ใช้ได้ประมาณ1เดือน ถามว่าได้ผมดีจริงหรือเปล่า ก็ต้องตอบในลักษณะขยายความนิดนึงนะจ๊ะว่า มันขึ้นกับ ระดับปัญหาและความรุนแรงของแต่ละคน ซึ่งแน่นอนว่า แต่ละคน ความหนักเบา ของรังแค ไม่เหมือนกัน นั่นมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน

อย่างคนที่เป็นรังแค เพราะ ทำสีผม ยึดผม ดัดผมที่ไร รังแคต้องมาทุกที ในกรณีนี้ แน่นอนว่า ปัญหาเกิดจากการ การแพ้สารเคมี อาการคัน แสบร้อน และการหลุดรอกของเซลล์ผิวหนังศีรษะ ก็จะเป็นแบบเฉียบพลัน เมื่อใช้ Nanovech สูตร Anti-Dandruff หรือ นาโนเวชสูตร2 ขวดสีฟ้า ในครั้งแรก หรือ ครั้งที่2  อาการคันหนังศีรษะก็จะลดลง เมื่อใช้เป็นประจำ (ย้ำ!ใช้ประจำ) อาการคันก็จะหายและ รังแค ก็จะลดน้อยลงและหายไปในที่สุด

และสำหรับใครที่มีปัญหา เมื่อเจ็บป่วย เป็นไข้ อากาศเปลี่ยน แล้วรังแคบุก ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยค่ะว่า รังแคจะมาทุกครั้งที่ ร่างกายอ่อนแอ ในกรณีนี้ สามารถใช้ Nanovech สูตร Anti-Dandruff หรือ นาโนเวชสูตร2 ขวดสีฟ้า ดักก่อนที่อาการ แสบหนังศีรษะ คันหนังศีรษะ จะแสดงออก และสามารถใช้อย่างต่อเนื่องได้โดยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เข้า นาโนเวชเขาเข้าใจดี ว่า คน ที่เป็นภูมิแพ้ ส่วนใหญ่จะกลัวเรื่อง ผลข้างเคียง เนอะ

HGX

นาโนเวช สูตรเอ็กตร้า ขวดสีทอง มีดีมากกว่าการปลูกผม

สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ เช่นเคยมี ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม สูตรธรรมชาติ100% ภายใต้แบรนด์ นาโนเวช มาแนะนำ แบบ รัวๆ

             ซึ่งครั้งนี้ ก็จะมาแนะนำ  ตัวนี้เลย นาโนเวช สูตรเอ็กตร้า ขวดสีทอง หรือ Enriched Hair Treatment For Anti-hair-Loss  ตัวนี้เป็นเซรั่มที่มี active ของตัววิตามินเข้มข้นมากๆ คือ อุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด ที่สกัดจากสมุนไพร  มากกว่า20ชนิด  (ซึ่งวิตามินที่ว่านี้ หลักๆก็จะมี ไพร รากข่อย โจโจบาร์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา มะกรูด ฯลฯ )  ที่ช่วย ส่งเสริม การเจริญเติบโตของเส้นผม ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นการเกิดเส้นผมแล้ว ยังช่วยเร่งให้เส้นผมยาวเร็วกว่าปกติ2-3เท่า(แล้วแต่บุคคล) ทั้งยังช่วยลดอาการผมร่วง ผมบาง เสริมสร้างผมเส้นใหม่ให้แข็งแรง อีกด้วย แต่ที่เลิศที่สุด ในคุณสมบัติที่จะบอกต่อไปนี้ น่าจะเหมาะมากๆสำหรับใครที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบาง และมีอาการหนังศีรษะมัน ร่วมด้วย เพราะ นาโนเวช สูตร เอ็กตร้า มีตัว Active ตัวหนึ่งที่ช่วยขจัด ไขมัน ออกจากรูขุมขนได้ดีมากๆ ไม่ว่าไขมันนั้น จะเกาะลึก อุดตันรูขุมขน หนาแค่ไหน ก็ตาม ด้วยความนาโน ของนาโนเวช สูตร เอ็กตร้า ที่มีส่วนผสมเป็นวิตามิน ที่ผ่านการสกัดด้วยเทคโนโลยีนาโน จึงทำให้ Activeสามารถซึมลึกเข้าไปถึงชั้นรากผมได้ง่่ายๆ โดยลักษณะการทำงานของตัว Active ในขั้นขั้นตอนแรกจะเข้าขจัดไขมันออกก่อน แล้วจึงจะซึมผ่านรูขุมขนเข้าไปเติมวิตามินที่รากผมเป็นขั้นตอนสุดท้าย  พูดกันง่ายๆก็คือ กรุยทางขจัดไขมัน แล้วจึงจะซึมเข้าไปบำรุงรากผมโดยสะดวก นั่นแหล่ะน่ะ ซึ่งก็เรียกได้ว่า ได้ทั้งขจัดไขมันบนหนังศีรษะ ในรูขุมขน และยังได้บำรุงรากผม ในขั้นตอนเดียว

และตัว นาโนเวช สูตรเอ็กตร้า ขวดสีทอง หรือ Enriched Hair Treatment For Anti-hair-Loss แม้จะมีความเข้มข้นของวิตามินมากๆ แต่ก็ไม่ก่อให้เกิด อาการแพ้นะคะ หรือมีผลข้างเคียงทางเคมีอย่างแน่นอน เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้นค่ะง่า ผลิตภัณฑ์ของนาโนเวชเขาเน้น เรื่องธรรมชาติ100% การผลิตและส่วนผสมจะมาจากสมุนไพรเพรียวๆเลย ดังนั้นจึงเหมาะอย่างมาก สำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทุกปัญหา ไม่ว่า จะเป็นคุณแม่หลังคลอด(ที่ยังให้นมและหย่านมแล้ว) อยากบำรุง เร่งผมให้ยาว หลังจากมีปัญหา ผมร่วงหลังคลอด  หรือแม้แต่ ใครที่มีปัญหาด้านสุขภาพ  กำลัง อยู่ระหว่างขั้นตอน การรักษา ทานยา การให้คีโม ต่างๆ ตัวนี้จะเข้าไปช่วยส่งเสริมให้อาการผมร่วง ผมบาง ดีขึ้น โดยไม่ไปก่อกวนกระบวนการรักษา แต่อย่างใด ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับอาการ มากน้อยของแต่ละคนด้วยนะคะ ซึ่งในส่วนนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้ค่ะ

 

และสำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า5ขวบ เรายังไม่แนะนำให้ใช้นะคะ เด็กๆเราขอแนะนำว่า ควรใช้นำมันมะพร้าว น้ำมันงา หรือน้ำมันโจโจบาร์ออยส์ แทน หากต้องการบำรุงเส้นผมให้สวยงาม หรือ ใช้นวดหนังศีรษะ ช่วยกระตุ้นการเกิดของเส้นผมค่ะ

มาถึงบรรทัดสุดท้าย  นั่นก็คือ วิธีการใช้ ซึ่งไม่มีอะไรยาก เพราะ นาโนเวชเขาออกแบบตัวบรรจุภัณฑ์ให้ใช้งานง่ายอยู่แล้ว หลักการเหมือน นโนเวชสูตร1ขวดสีเขียวเลย เพียงแค่…

บีบจุกพลาสติกขึ้นมา แล้วหยด เซรั่ม ลงบนหนังศีรษะ 2-3 หยด ในบริเวณที่ต้องการ  หรือใครกลัวไม่ทั่วศีรษะ ในกรณีที่อยากบำรุงทั้งศีรษะ แนะนำเลยจ๊ะ ว่าให้หยดไป8จุดคือด้าน หน้า3จุด ด้านบน3จุด ด้านหลัง2จุด แล้วก็นวดเบาๆ ทิ้งไว้5-10นาที แล้วล้างออกให้สะอาดหมดจด  ตามภาพประกอบเลยนะจ๊ะ

วิธีใช้

คำเตือน : อย่าให้เข้าตานะจ๊ะ เดี๋ยวจะระคยเคือง

 

 

วิธ๊ใช้tonic

วิธีการใช้ Tonic เร่งผมยาวเร็ว

nanovech

หลังจากที่ สระผม อย่างสะอาด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนการเร่งผมยาว สำหรับใคร ที่อยากให้ผมยาวเร็วๆต้องนี่เลย ค่ะ  Tonic : Promote Hair Growth มีอนุภาพของวิตามิน ที่ช่วยบำรุง ถึงชั้น stemcell ของรากผม ของนาโนเวช

ต้องกำชับเลยนะคะ ว่า สูตรนี้ใช้แล้ว ไม่ต้องล้างออก คือ พอใช้แล้ว สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เลย และ สามารถใช้ได้ ระหว่างวันได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เช้า กลางวัน เย็น หรือก่อนนอน เพราะตัวนี้ เค้าสามารถซึมเข้าสู่ หนังศีรษะได้เลย โดยไม่ทิ้งความมัน ไว้ให้รำคาญใจ นอกจากนี้ TONIC ของ นาโนเวช ตัวนี้ เป็นสูตร ไร้สารเคมี ไม่มีแอลกอฮอล์เป็นสารประกอบ ก็ กะรันตี กันไปเลยว่า ต่อให้ทิ้งไว้ทั้งวันก็  ไม่ก่อให้เกิดการแพ้  อย่างแน่นอนค่ะ

วิธีใช้ ไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่  ฉีดสเปรย์ โทนิค 8จุด  (ตามภาพ)  โดยแบ่งเป็น

  1. ด้านหน้า 3จุด

  2. ด้านบน3จุด

  3. ด้านหลัง2จุด

           นวดๆ นิดหน่อย เพื่อเป็นการ ผลักให้ วิตามิน ซึมเข้าสู่ ชั้น stemcell ของรากผม เร็วขึ้น นอกจากนี้ สำหรับใคร ที่อยากให้เส้นผม แลดูมีน้ำหนัก มีโวลุ่ม จัดทรงง่าย ก็สามารถ ฉีด สเปรย์ โทนิค ตัวนี้ ลงบนเส้นผม ได้เลย

           อ้อ!!! เคล็ดลับเล็กน้อย  สำหรับคุณผู้หญิง ที่ชอบเป่าผม ไดร์ผม ด้วยความร้อน ก็สามารถใช้ โทนิค เป็นตัวป้องกันความร้อน สร้างความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผม ได้อีกด้วย อย่าลืมนะคะ ก่อนจะไดร์ผม ถ้าไม่อยาก ผมแห้งเสีย ก็ฉีดสเปรย์ลงบนเส้นผมนิดนึงค่ะ

สำหรับผู้ที่มีปัญหา มร่วง ผมบาง สามารถลดการ ขาดหลุดร่วงของเส้นผม เสริมสร้างเส้นผม ที่ขึ้นใหม่ให้แข็งแรง ด้วยสูตรธรรมชาติ บำรุงเส้นผม และ หนังศีรษะ ทั้งยังบำรุง รากผม ทำให้เส้นผม มีน้ำหนัก และป้องกันเส้นผม ไม่ให้แห้งแตกปลาย

Hair & Scalp treatment

             สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มีผลิตภัณฑ์ดีๆมาแนะนำ เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงรากผม บำรุงเส้นผม ชื่อ นาโนเวช… หลายคนแอบสงสัย ว่า เอ๊ะ! นาโนเวช คืออะไร นาโนเวช เนี่ย เขาเป็นผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวกับ การดูแลสุขภาพเส้นผม โดยเฉพาะ  ก็คือ บำรุงตั้งแต่ รากผม จรดปลายผมเลยก็ว่าได้นะคะ  ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกตัว ของ นาโนเวชเนี่ย มีความพิเศษ โดดเด่น ในเรื่องของ ไร้สารเคมี  นั่นก็หมายถึง นาโนเวชเป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจาก ธรรมชาติ 100% ค่ะ

            และถ้าถามว่า นาโนเวช มีคุณสมบัติอย่างไร  ช่วยปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม อย่างไรบ้าง เหมาะกับ เพศไหน ใคร อย่างไร เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ เพราะ นาโนเวช เขามีผลิตภัณฑ์ หลายตัว มากๆ

เริ่มจากตัวนี้เลย นาโนเวช For anti-hair loss สูตร 1 ขวดสีเขียว ปริมาณ30ML

ตัวนี้ เป็นเซรั่มเข้มข้น ใช้ บำรุง เส้นผมให้ สลวยสวยเก๋ โดยที่ตัวเซรั่ม จะแทรกซึม ผ่านผิวหนังศีรษะเข้าไปบำรุง ถึงชั้นรากผม ซึ่งรากผมเนี่ย เป็นจุดกำเนิดของเส้นผมเนอะ ดังนั้นหากใคร อยากเติมอาหารให้กับรากผม อยากสร้างสมดุลให้แก่หนังศีรษะ ก็สามารถใช้ นาโนเวช สูตรFor anti-hair loss สูตร1  ขวดสีเขียว   นี้ได้เลย ซึ่งคุณสมบัติเขาเนี่ย จะช่วยให้รากผมมีความแข็งแรง หากใคร ที่มีปัญหา ผมแห้ง ผมเสียแตกปลาย อย่างหนัก หรือหนังศีรษะแห้งกร้าน หลังจากการ ทำสีผม ดัด ยืด ตัวนี้ จะตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว  เพราะเซรั่ม ตัวนี้เนี่ย มีส่วนผสมที่ได้จาก สมุนไพร ที่มีคุณสมบัติโดดเด่น เรื่องของการ บำรุงเส้นผมให้มีน้ำหนัก ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของ การให้ความชุ่มชื้น แก่เส้นผมและหนังศีรษะ  ก็จะมี

โจโจ้บาร์ ออยส์, น้ำมันมะพร้าว  ซึ่งมีวิตามิน อีสูง ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นแก่หนังศีรษะ และเส้นผม ช่วยให้เส้นผมเงางาม มีสุขภาพดี  นอกจากนี้ ยังมี สารสกัดจาก ไพล น้ำมันจมูกข้าว รากข่อย มะกรูด ที่ช่วยในเรื่อง ถนอม รักษาหนังศีรษะ  ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี เรียกได้ว่า เป็นทั้งอาหารรากผม และสามารถเป็นตัวบำรุงเส้นผม จบในขั้นตอนเดียว

เซรั่ม สูตรนี้ มีความอ่อนโยนมากๆ ซึ่งหากถามว่า เหมาะกับใครบ้าง บอกเลยค่ะ เหมาะกับทุกคนที่อยากบำรุงเส้นผม อยากเพิ่ม น้ำหนักให้เส้นผม แก้ปัญหา ผมแห้งเสีย  หรือแม้กระทั่ง บุคคลที่มี อาการผมร่วง ก็สามารถใช้ได้ และ ก็ใครที่ใช้ นาโนเวช สูตร เอ็กตร้าแล้ว ผมขึ้น ผมยาว ตามที่ต้องการแล้ว ต้องการบำรุงผมอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถใช้ นาโนเวช สูตรFor anti-hair loss สูตร1  ขวดสีเขียว   ต่อได้เลยค่ะ

 มาถึงวิธีใช้ กันบ้าง  เซรั่มนาโนเวช จะใช้ง่ายมากๆ เพียงแค่เปิดฝา บีบจุกพลาสติกขึ้นมา แล้วหยด เซรั่ม ลงบนหนังศีรษะ 2-3 หยด ในบริเวณที่ต้องการ  หรือใครกลัวไม่ทั่วศีรษะ ในกรณีที่อยากบำรุงทั้งศีรษะ แนะนำเลยค่ะ ว่าให้หยดไป8จุด

 คือด้าน หน้า3จุด ด้านบน3จุด ด้านหลัง2จุด แล้วก็นวดเบาๆ ทิ้งไว้5-10นาที แล้วล้างออกให้สะอาดหมดจด บางคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ! ทิ้งไว้แป๊บเดียว กลัวว่า ตัววิตามินจะซึมไม่ถึงรากผม อันนี้ต้องบอกเลยว่า ผลิตภัณฑ์ ทุกตัว ของ นาโนเวช เค้าใช้เทคโนโลยีนาโน ในการสกัด ตัวเซรั่ม จึงมีโมเลกุล หรือ อนุภาพ ของวิตามิน เล็กมากๆ เล็กชนิดที่ว่า สามารถแทรกซึมผ่านหนังศีรษะได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนี่ก็เป็น ข้อดี  และตอบโจทย์ ของคนที่ มีเวลาน้อย ไม่ชอบหมักอะไรนานๆ นั่นเองค่ะ

และสำหรับใครที่ชื่นชอบ การบำรุงเส้นผมเป็นประจำ ก็สามารถใช้บ่อยตามที่ต้องการได้เลย แต่การใช้ทุกวันมันก็จะเป็นการสิ้นเปลืองไป ถ้าจะให้ดีและเหมาะสมที่สุด สำหรับการบำรุงเส้นผมตามปกติ 2วันหนึ่งครั้ง หรืออาทิตย์ละ2-3 ครั้ง ก็กำลังดีค่ะ

แว๊กสีผม

แว๊กสีผม ทางเลือก สำหรับคนชอบเปลี่ยนสีผม

หน้าร้อนมาเยือน สงกรานต์ก็เช่นกัน… แฟชั่นการเปลี่ยนสีผม จะมาแรงมากๆในช่วงนี้ค่ะ และสำหรับสาวๆคนไหนที่ชื่นชอบการเปลี่ยนสีผม เป็นประจำ แน่นอนว่า จะต้องมีความกังวล ในเรื่องของ ปัญหาสุขภาพเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นปัญหา ผมร่วง ผมแห้งแตกปลาย หนังศีรษะเกิดการแสบคัน ดังนั้น การจะได้มาซึ่ง สีผมที่สดใส โดนใจ โดยไม่ต้องกังวล เรื่องปัญหาเส้นผมที่จะ ตามมา www.ปลูกผมร่วง.com จึงขอเสนอทางเลือก ที่ดีกว่าการย้อมผมถาวร อย่าง การแว๊กสีผม มาฝากค่ะ

เคยคิดไหมคะว่า มันจะดีมาก ถ้าเราสามารถเปลี่ยนสีผม ได้บ่อยอย่างใจต้องการ โดยไม่ก่อเกิดปัญหาสุขภาพเส้นผม หรือ เกิดให้น้อยที่สุด  ซึ่ง อย่างที่เรารู้แก่ใจมาตลอด ว่าการเปลี่ยนสีผม เป็นประจำ หรือการสัมผัส สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบ ในน้ำยาย้อมผม นั้น มันส่งผลเสียต่อเส้นผมมากมายเพียงใด

ข้อดีของ การแว๊กผม ก็คือ ประการแรกเลย ไม่ทำให้ผมชั้นใน หรือ แกนผมเสียหาย  เพราะส่วนใหญ่ ครีมแว๊กผม นั้น จะไม่มีส่วนประกอบของ แอมโมเนีย ซึ่งเป็นตัวทำปฎิกิริยากัดกร่อน แม่สีจะเกาะติดอยู่เฉพาะ ผมชั้นนอก เท่านั้น  หรือเรียกว่า เคลือบผมด้วยสีเท่านั้นเองค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม การแว๊กสีผม ก็มีข้อจำกัด บางประการ อย่างเช่น ซึ่ง โทนสีผม ธรรมชาติของคนเอเชีย ส่วนใหญ่จะเป็นสีเข้ม เช่นสีดำ สีน้ำตาลเข้ม  ซึ่งหากใครต้องการ สีผมที่สดใส ก็ต้องเลือก หรือตัดสินใจ  กัดสีผม เสียก่อน เพื่อให้ได้ สีผมที่ต้องการค่ะ

อีกประการหนึ่ง ก็คือ เรื่องของสีหลุดลอก หลังจากที่ทำการแว๊ก ก็จะมีการตกสีบ้าง หลังจากสระผม  หรือผมเปียก แต่จะเป็นในช่วงแรกๆเท่านั้น การสระบ่อยจะช่วยให้ การตกสี เบาลงและหายไป ในขณะที่ สีผม จะยังสดใส และอยู่ได้ประมาณ3อาทิตย์ หรือประมาณ 1 เดือน หรือมากกว่า

อย่างไรก็ตามนะคะ การแว๊กผม เป็นเพียง วิธีหนึ่งที่ ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่เปลี่ยนสีผม ช่วยให้หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกับเส้นผม ได้ระดับหนึ่ง สำหรับคนที่ชื่นชอบเปลี่ยนสีผมเท่านั้น  การตัดสินใจ ควรพิจารณา ตามความสะดวกของแต่ละบุคคล เพราะทุกอย่าง มีทั้งข้อดี และข้อจำกัด   และที่สำคัญ อย่าลืม ให้เส้นผม และหนังศีรษะ ได้พักจาก สารเคมีบ้างนะคะ 

hf1

ผงโรยผม ไฟเบอร์ปกปิดผมบาง ผมขาว วิวัฒนาการ ที่ช่วยสร้างความมั่นใจกลับมา ทันที หลังใช้

ผมบาง ผมขาว หนังศีรษะล้าน เป็นปัญหาที่ ใครๆก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะ เส้นผม เปรียบเสมือนหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ การใช้ชีวิตมีความมั่นใจมากขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งเดียวที่เราทำได้ก็คือ รักษา

แต่กว่าการรักษาจะได้ผล  การฟื้นฟูสภาพเส้นผม ให้กลับมาดกดำ ได้เหมือนเดิมนั้น เป็นที่รู้กันดีว่า ต้องใช้เวลานาน และระยะเวลาการรักษา ก็ไม่เสมอไปว่าจะได้ผลเร็วเท่าๆกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ ปัญหาของแต่ละคนด้วยว่า เป็นมาก หรือเป็นน้อย และมีอาการมาจากสาเหตุใด

และด้วยเหตุผลที่ว่า เส้นผม เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ การดำเนินชีวิตมีความมั่นใจมากขึ้น ระยะเวลาในรักษาจึงเป็นอุปสรรคที่ทำให้ บางคนท้อแท้ในการอดทนรอให้ผมขึ้น ผมดกดำ แล้วค่อยออกจากบ้าน ซึ่งไม่ดีแน่หากต้องรอนานขนาดนั้น  บางคนต้องยอมใส่วิก เพื่อปกปิดผมบาง เกิดปัญหา กลิ่นอับชื้น รังแคบนหนังศีรษะ ก็มี บางคนยอมย้อมผม ปกปิดผมขาว เพื่อจะให้ ผมดกดำเงางาม ทันงานสังสรรค สัมนาในอาทิตย์นี้ แน่นอนว่า ปัญหาการแพ้สารเคมี ต้องมา ซึ่งปัจจุบัน นอกจาก การใส่วิก ย้อมผม เพื่อแก้ปัญหาเฉพะหน้าแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ จัดการปัญหา ผมบาง ผมขาว ได้ทันที หลังการใช้ โดยปลอดภัยจากสารเคมี แบบง่ายๆมาฝากค่ะ

ไฟเบอร์ปกปิด ผมขาว ผมบาง รอยแสก สิ่งนี้ต้องบอกก่อนเลยว่า เป็นวิวัฒนาการนานมาแล้ว แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักนิยม มากนัก ในประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันได้มีหลายเจ้า ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีให้เลือกสรรค ไปลองใช้ ซึ่งเท่าที่รู้มา ไฟเบอร์นั้น  ทำมาจากเคราติน ใยจากพืช ธรรมชาติ ที่มีความใกล้เคียงกับ เส้นผมหรือเคราตินของมนุษย์ที่สุด  โดยผ่านกรรมวิธีการอัดประจุไฟฟ้าสถิต เพื่อให้เส้นใยธรรมชาตินั้นๆสามารถยึดเกาะได้เป็นอย่างดี และสามารถยึดเกาะได้กับสภาพเส้นผมทุกประเภท

ประโยชน์ของผงไฟเบอร์ นอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจ โดยการปกปิดผมบาง ผมขาว แล้ว สำหรับผู้ที่เป็นแผลเป็นบนหนังศีรษะ ก็ยังใช้ได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้ เพราะ ผงไฟเบอร์ใช้วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ100%ค่ะ

แต่แม้ผลไฟเบอร์จะช่วยสร้างความมั่นใจหลังจากการใช้ทันทีก็ตาม ก็ยังมีข้อจำกัด หลายประการที่ ผู้บริโภคควรทราบ นั่นคือ

  1. ผงไฟเบอร์ จำเป็นจะต้องมีที่ยึดเกาะ ดังนั้น บริเวณที่ใช้ ต้องมีเส้นผมอยู่บ้าง ฉะนั้นคนที่หนังศีรษะล้าน 95%จนไม่มีเส้นผมเลย บอกได้เลยค่ะว่า ผลที่ได้อาจจะไม่เป็นที่น่าพอใจสักเท่าไหร่ ซึ่งนอกจากผงไฟเบอร์แล้ว การใช้วิกอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าค่ะ

  2. แม้ผงไฟเบอร์จะทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งไม่มีผลข้างเคียง ทำให้เกิดการแพ้ ก็ตาม แต่การปล่อยให้ผงไฟเบอร์ ติดอยู่กับหนังศีรษะเป็นเวลานานกว่า18ชั่วโมง หรือ 1วัน ก็ไม่แน่ว่า จะเกิดการแพ้ การอุดตันขึ้นได้ เนื่องจากในระหว่างวัน อากาศ ฝุ่นละออง เป็นตัวกระตุ้นให่้ร่างกายขับ เหงื่อและไขมันออกมา อีกทั้ง สุขภาพหนังศีรษะของแ่ต่ละคน มีความแข็งแรงไม่เท่ากัน ทางที่ดี ควรสระผมให่สะอาดทุกครั้ง หลังการใช้ เพื่อป้องกัน ไม่ให้ปัญหาอื่นๆตามมาค่ะ

  3. ขึ้นชื่อว่าผงโรยผม แน่นอนว่าจะต้องมีบางส่วนที่หลุดลอกร่วงจากหนังศีรษะ แล้วตกบนเสื้อแน่ๆ ทางที่ดี วันไหนจะใช้ผงโรยผม ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีสว่าง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ที่ทำให้เสียบุคลิคภาพเกิดขึ้นค่ะ 

 

Tips: การใช้ผงไฟเบอร์ ไม่ใช่วิธีที่ช่วยให้ผมดกดำที่ยั่งยืนแต่เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ มีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตเท่านั้น  ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบาง ควรมี การบำรุงรักษา ควบคู่ไปด้วย ค่ะ

การดูแลรักษา รังแค เชื้อรา บนหนังศีรษะ

รังแคเป็นโรคผัวหนังชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการหลุดลอกของผิวหนังชั้นหนังกำพร้าที่มากผิดปกติ การแห้งกร้านของหนังกำพร้าที่หลุดลอกออกมามากจนเกินไป ทำให้เกิดอาการคัน เกิด การผลัดเซลล์ผิว จนทำให้เกิดการอักเสบและกลาย เป็น Seborrheic dermatitis ซึ่งเป็นโรคผิวหนังที่มี เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เป็นตัวก่อ ปัญหา รังแค เชื้อรา บน หนังศีรษะ ให้รุนแรง และ ทำให้เกิด การเรื้อรังของปัญหาได้

            สาเหตุการเกิดรังแค มีสาเหตุมาจาก หนังศีรษะ เกิดการหลุดลอกมากเกินผิดปกติ ดังนั้น การยับยั้ง การหลุดลอก หนังศีรษะ ให้กลับสู่สภาวะปกติ จึงเป็น วิธีที่จะช่วยให้รังแค หายเร็วขึ้น แต่หากเป็น รังแคชนิดเรื้อรัง หรือมีการอักเสบ มากจนเกิดมีผื่นแดง ร่วมด้วยนั้น อาจเป็นไปได้ว่า มี การเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่มากจนก่อให้เกิดปัญหา การยับยั้งการแพร่จำนวน ของเชื้อแบคทีเรีย จึงวิธีการรักษาอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ อาการ รังแค เรื้อรัง ลดความรุนแรงลง และ หายได้เร็วขึ้นค่ะ

การรักษา อาการคันหนังศีรษะ รังแค เชื้อราต่างๆ จำเป็นต้องมีการยับยั้งการหลุดลอกของเซลล์ผิวให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ควบคู่ไปกับการ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การรักษาที่ได้ผลดี จะขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล ซึ่งแน่นอนว่า ระดับความรุนแรงมีไม่เท่ากัน การเลือกผลิตภัณฑ์ในการรักษา จึงจำเป็นที่ต้องศึกษาหรือได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

Tips:

  1. ซิงค์ไพริไทออน (Zinc pyrithione) , คีโทโคนาโซล(Ketoconazole) เป็นตัวยาที่มีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรีย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา อันเป็นสาเหตุทำให้ อาการรังแค เกิดการลุกลาม

  2. ซีลีเนียมซัลไฟด์ ช่วยลดการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ช่วยลดอาการคัน รังแค

  3. เซรั่ม Anti-dandruff  by Nanovech  ที่สกัดจากพืชสมุนไพร จำพวก งา เปปเปอร์มิ้น ไพร จะ ช่วย ลดการอักเสบ ของหนังศีรษะ อีกทั้งยัง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยลดกลื่นอับ ให้ความชุ่มชื้นแก่หนังศีรษะ  อย่าง ไม่มีผลข้างเคียง

เชื้อแบคทีเรีย ทำให้เป็น รังแค และผมร่วงได้ จริงหรือ?

โดยปกติแล้ว หนังศีรษะจะมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวอยู่แล้วซึ่งจะมีขนาดเซลล์ที่เล็ก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น หากไม่สังเกต และการผลัดเซลล์ปกติแล้วจะอยู่ระหว่าง 27-28วัน

การหลุดลอกของหนังกำพร้า ที่มีความผิดปกติ นั้น มีผลทำให้ หนังกำพร้า หลุดลอก ออกมา มากกว่าปกติ โดยที่เซลล์ที่หลุดลอกออกมานั้น จะมีขนาดใหญ่ ทำให้เกิดอาการคัน จนเกิดการอักเสบ ระคายเคือง บนหนังศีรษะ  ซึ่งความผิดปกตินี้ มีปัจจัยมาจากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด ภูมิแพ้อากาศ แพ้สารเคมี แชมพู  น้ำยาโกรกผม เป็นต้น

เชื้อแบคทีเรีย และ เชื้อรา ทำให้เกิดรังแคและผมร่วง หรือไม่?

ความจริงแล้ว เชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เป็นเพียงตัวที่กระตุ้นให้ อาการอักเสบ การผลัดเซลล์ผิวหนัง มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เพราะโดยปกติแล้ว เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา อาศัยอยู่ทั่วไปตามอากาศและสิ่งของต่างๆ รวมไปถึงบนหนังศีรษะของเรา อยู่แล้ว โดยที่ แบคทีเรีย จะอาศัยอยู่บนหนังศรีษะและกินไขมัน เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว เป็นอาหาร และปล่อยสารบางอย่างที่มีฤทธิ์เป็น กรดออกมา  หากหนังศีรษะอ่อนแอ หรือ ได้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการอักเสบ ดังสาเหตุที่กล่าวมาเบื้องต้น ก็จะทำให้อาการอักเสบ ลุกลาม ทวีความรุนแรง จนสามารถทำให้รากผมเน่าเสีย และเกิดปัญหาผมร่วงได้  แต่หากร่างกายเรามีภูมิต้านทานที่ดี เชื้อแบททีเรียเหล่านี้ก็จะไม่สามารถทำอะไรเราได้ เช่นเดียวกับอาการรังแค เชื้อรา บนหนังศีรษะ หากหนังศีรษะ มีความแข็งแรง แบททีเรียก็จะไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติได้ค่ะ

ทั้งนี้ การเพิ่มจำนวนของ เชื้อแบคทีเรีย มีสาเหตุมาจาก หนังศีรษะ เกิดการหลุดลอกมากขึ้น และ มีไขมัน ตกค้างอยู่ สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เอื้ออำนวย ให้ จำนวน เชื้อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนขึ้น และการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิด อาการคันหนังศีรษะ เกิดการอักเสบ รังแค และการอักเสบ อาจลุกลามได้ง่ายขึ้น การทำความสะอาดที่ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่ถูกต้องตามอาการ จะช่วยให้ อาการ อักเสบ ลดน้อยลง และหายได้เร็วขึ้น ซึ่งในส่วน การดูแลรักษานั้น จะพูดในบทความต่อไปค่ะ