ผมหงอกตามวัย แก้ไข ป้องกันได้หรือไม่

หากจะถามถึงวิธีการ ป้องกันผมหงอกล่ะก็ เราต้องทราบ ประเภทที่ทำให้เกิดผมหงอก ก่อนว่า ตัวเรานั้น มีความเสี่ยง หรือ กำลังเป็น ผมหงอกประเภทไหน ทาง ปลูกผมร่วง.com เรา ก็ได้บอกถึงประเภท ของ ผมหงอก ไปในบทความที่ผ่านมาแล้ว ในบทความนี้ เราจะพูดกันถึง ผมหงอกที่รักษาไม่ได้ค่ะ

ผมหงอกที่ เป็นไปตามช่วงอายุ หรือ กรรมพันธุ์  คนเอเชียส่วนใหญ่จะเริ่มมีผมหงอกให้เห็น ในช่วงอายุ 35-40-54ปี รวมไปถึงคนไทยด้วย  ซึ่งจะแตกต่างจากคนยุโรปที่พบว่า เริ่มหงอกเมื่ออายุ30-40ปี ทั้งนี้อันเนื่อมาจาก พันธุ์กรรมเป็นตัวกำหนด

ผมหงอกตามวัย หรือ เป็นไปตามกรรมพันธุ์นี้ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่สามารถป้องกัน หรือชะลอการเกิดผมหงอก ได้โดยการรับประทานอาหารที่อยู่ในกลุ่ม ของ วิตามินB  เช่น B5 , B12 ซึ่ง วิตามินกลุ่มนี้ จะมีมากใน อาหารประเภท ข้าวซ้อมมือ พืชตระกูลงา ไข่แดง เป็นต้น

BIOTIN วิตามินH วิตามินเฉพาะกลุ่ม อีกตัวหนึ่งที่มีความสำคัญต่อ เส้นผม ทั้งทางด้านความแข็งแรงและช่วยชะลอการเสื่อมโทรมของรากผม อันเป็นต้นกำเนิด ของเส้นผมที่สมบรูณ์   โดยปกติ ร่างกายคนเราจะไม่ขาดสารตัวนี้เพราะแบททีเรียบางชนิดสามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้ และร่างกายสามารถรับได้จากการทานอาหารประเภท พืชผัก แต่สำหรับคนที่ทานยา ปฎิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ เป็นประจำร่างกายจะขาดสารตัวนี้ไป จึงจำเป็นที่จะต้องเสริมจากแหล่งอื่น

อย่างไรก็ตาม แม้ ผมหงอก จะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แต่ก็เป็นประเด็นที่ทำให้เราขาดความมั่นใจ และเสียบุคคลิคภาพที่ดีไป การบำรุง หรือการฟื้นฟู ด้วยวิธีข้างต้นอาจจะไม่ทันใจ การย้อมผม หรือ การปกปิดผมขาว จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่รวดเร็วทันใจ แต่ก็ต้องคำนึงถึง ผลข้างเคียงของการย้อมผมด้วยนะคะ ว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหา ผมร่วง ผมบาง ในอนาคตได้ ดังนั้น การคัดสรร เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ ปกปิดผมขาว ที่มีสารเคมีเป็นสารประกอบ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้คุณ ผมกลับมา ดกดำ อย่างปลอดภัย ได้อีกครั้งค่ะ

ป้องกัน ผมหงอก ทำได้อย่างไร

ปัจจัยที่ก่อให้เกิด ผมหงอก นั้นมีมาจาก หลาย สาเหตุ ด้วยกัน ทั้งการผิดปกติของร่างกาย และ การหงอกตามวัย ตลอดจนการมีพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่ง ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง วิธีการ แก้ผมหงอก และ วิธีการป้องกัน ผมหงอก กันค่ะ

สีผมเกิดจาก เม็ดสีเมลินิน ที่ รากผม เป็นตัวสร้างขึ้น ระดับความเข้มข้นของสีผมจะแตกต่างกัน โดยที่มี พันธุ์กรรม และสิ่งแวดล้อม เป็นตัวกำหนด แต่การเสื่อมถอย น้อยลงของเม็ดสี จากเข้ม ไปเป็นอ่อน และ ขาวในที่สุด นั้น มี ช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น และ อาการเจ็บป่วย และสุขภาพร่างกายเป็นปัจจัยสำคัญ เป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนแปลง

แต่หากจะ ถามถึงวิธีการ ป้องกันผมหงอก ล่ะก็ เราต้องทราบ ประเภทที่ทำให้เกิดผมหงอก ก่อนว่า ตัวเรานั้น มีความเสี่ยง หรือ กำลังเป็น ผมหงอกประเภทไหน ทาง ปลูกผมร่วง.com เรา ก็ได้บอกถึงประเภท ของ ผมหงอก ไปในบทความที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งหากแยกประเภทแล้ว ผมหงอก มีทั้ง ประเภทที่ สามารถรักษาได้ และรักษาไม่ได้ค่ะ

ประเภทของผมหงอก ที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติทางร่างกาย อาทิ เจ็บป่วย ด้วยโรคเบาหวาน โรคเลือด โรคไทรอยด์เป็นพิษ ภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง หรือกระทั่ง เกิดจาก การที่หนังศีรษะได้รับการ กระทบกระเทือน เกิดเป็นแผล ในส่วนนี้ ท่านสามารถบำรุงรากผมให้แข็งแรง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผมกลับมาดกดำได้โดยการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เช่น

  1. ทานยาตามที่หมอสั่งอย่างมีระเบียบวินัย( กรณีเจ็บป่วย และยังต้องรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง)

  2. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ5หมู่ 

  3. เลิกสูบบุหรี่ และ ดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำ (ควรอย่างยิ่ง)

  4. เครียดให้น้อยลง หาเวลานอนพักผ่อนให้เพียงพอ

ทั้งนี้ ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน ทำให้คนยุคนี้ มีปัญหา ผมหงอก เร็วขึ้นกว่าปกติ อาจจะด้วย การแข่งขันด้าน การเรียน การทำงาน และการดำเนินชีวิต ทำให้เกิด ภาวะความเครียดสะสม ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ ฮอร์โมน ในร่างกายแปรปรวน ซึ่งหมายถึงระบบการไหลเวียน ของเลือด และสารต่างๆในร่างกาย ผันผวน และส่งผลกระทบต่อ รากผม จนเกิดปัญหา ผมร่วง ผมบาง ผมหงอก ได้

ดังนั้น นอกจาก การดูแลสุขภาพ ด้าน อาหาร การกินแล้ว  การหากิจกรรมคลายเครียด หรือการพักผ่อน ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้างนั้น จึงเป็นสิ่งที่กระทำควบคู่กันไปด้วย เพราะจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและกลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น เมื่อร่างกายแข็งแรง ระดับฮอร์โมน การไหลเวียนของเลือดและสารอาหารต่างๆดีขึ้น อาการผมร่วง ผมบาง รวมไปถึง ผมหงอก ก็จะค่อยๆดีขึ้น ตามไปด้วยแน่นอนค่ะ

ประเภท ผมหงอก และสาเหตุของการเกิดหงอก

สีของเส้นผม เกิดจาก เม็ดสีเมลานิน ที่รากผม ทำหน้าที่ในการสร้างขึ้นมา โดยที่ระดับเม็ดสีเมลานิน ในแต่ละบุคคลนั้น มีความเข้มข้น แตกต่างกันไป ซึ่งมีพันธุกรรม เชื้อชาติ สิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยสำคัญ

ประการแรก หากเราต้องการทราบวิธีรักษา อาการ ผมหงอก เราจะต้องทราบก่อนว่า อาการผมหงอก ของเรานั้น เกิดจากสาเหตุใด ซึ่ง ชนิดของ ผมหงอกนั้น มีดังนี้

  1. เกิดจากปัจจัยภายใน ซึ่งในส่วนนี้ สามารถ รักษาให้หายได้   เช่น การเป็นโรคเบาหวาน ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคเลือด  หรือการเป็น ภูมิแพ้ร่างกายบกพร่อง ตลอดจน เกิดจาก การที่ หนังศีรษะ เกิดการกระทบกระเทือน ได้รับการบาดเจ็บ แพ้สารเคมี เป็นต้น

  2. การหงอกตามอายุ ตามวัย ตามกรรมพันธุ์  ในส่วนนี้ ระดับเม็ดสีเมลานิน จะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ เช่น คนเอเชีย ที่มีผมดกดำ จะมีเปอร์เซ็นต์ที่ จะหงอกช้ากว่า คนยุโรป ที่มีสีผมอ่อน หรือ เด็กทารกเพิ่งคลอดจะมีสีผมที่อ่อน และเริ่มเข้มเมื่อ ร่างกายเจริญเติบโต และสีเข้มขึ้น เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น และเริ่มจางลงเมื่อ อายุเข้าสู่วัยทอง  ซึ่ง ปัจจัยในข้อนี้ ยากที่จะรักษาให้หายได้ เพราะหากหงอกแล้ว หงอกเลย แต่สามารถ ป้องกัน โดยการดูแลสุขภาพของรากผมให้แข็งแรง ซึ่ง เราจะมาพูดถึงวิธีการ ป้องกันรักษา ในบทความต่อไป

  3. ปัจจัยภายนอก หรือปัจจัยที่เป็นผลมาจาก พฤติกรรมของตัวเอง เช่น การสูบบุหรี่ การทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และความเครียด เป็นต้น   

Shampoo

ดีท๊อก สารเคมี ด้วย แชมพู สารสกัด จากใบชา

เส้นผมของเรา ในแต่ละวัน ต่างต้องสัมผัสกับมลภาวะ และ สารเคมี อยู่เป็นประจำ ไม่ว่าเป็น สเปรย์ เจล จัดแต่งทรงผมต่างๆ สารซิลิโคนในครีมนวดผม สารเคมีจากการทำสีผม ดัดผม ยืดผม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ มีส่วนผสมของสารเคมี ที่ทำลายความแข็งแรงของ รากผม ทั้งสิ้น

และแน่นอนว่า เราจำเป็นต้องใช้ แชมพู ในการขจัดคราบสิ่งปรกให้หมดจด เพื่อรักษาความสะอาด และเพื่อสุขภาพที่ดีของ เส้นผม แต่ หากคุณ เป็นคนหนึ่ง ที่ จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี สารเคมี อยู่เสมอ แชมพูทั่วไป ที่สามารถทำความสะอาด เพียงอย่างเดียว อาจยังไม่พอ

หลากหลายปัญหา เส้นผม และ หนังศีรษะ ที่พบมากที่สุด ของปัจจุบัน อย่าง ปัญหา ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะล้าน นั้น สาเหตุและปัจจัยอย่างหนึ่ง มาจาก สารเคมี สะสม  ซึ่งการสะสมของ สารเคมีนั้น ส่งผลเสียต่อรากผม และกระทบต่อ หนังศีรษะ ตลอดจน รบกวน การ เจริญเติบโต ของเส้น หลายประการ

 

 

 

เส้นผมมีน้ำหนัก ปราศจากซิลิโคน สารสกัดธรรมชาติ ป้องกันการอักเสบ การแพ้ โดยไม่ทำให้หนังศีรษะอุดตัน สาเหตุของปัญหา ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมัน

ครีมบำรุงเส้นผม ไร้ สารซิลิโคน Silicone – Free ดีอย่างไร

จะดีแค่ไหน หาก ครีมนวดผม ที่ใช้อยู่เป็นประจำ สามารถบำรุงเส้นผมได้จริงและ ไม่ทิ้งสารตกค้าง จนทำให้เกิดปัญหา ผมร่วง ผมบาง และ ปัญหา รูขุมขนอุดตัน ภายหลัง ซึ่งแน่นอนว่า การอุดตันของซิลิโคน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม และยังเป็นสาเหตุอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ ผมร่วง ผมเส้นเล็กลีบ ได้

ครีมนวดผม หรือ  คอนดิชั่นเนอร์ (conditioner) มีหน้าที่ในการ เคลือบเส้นผม ไม่ให้ขาดความชุ่มชื้น ให้ เส้นผมมีน้ำหนัก จัดทรงง่าย และ สามารถ บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ไม่แห้งแตกปลาย ซึ่งนั่นหมายถึง วัตถุดิบ หรือ ส่วนผสมในแต่ละตัว ของครีมนวดผม นั้นๆ จะต้องมีคุณค่า และ ไม่มีสารที่มีผลข้างเคียง จนผลเสียในระยะยาว ซึ่งในปัจจุบันครีมนวดผม คอนดิชันเนอร์ที่ปราศจาก สารที่ก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม หรือ สารซิลิโคน เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยให้ ผู้ที่ชื่นชอบในการใช้ครีมนวดสามารถบำรุงเส้นผม ได้อย่างปลอดภัย แบบยั่งยืน

Nanovech ได้คิดค้น และวิจัย ครีมนวดผม สูตร ไร้สารซิลิโคน ที่นอกจากจะสามารถ แทรกซึมเข้าไปบำรุงเส้นผมได้ถึงชั้นใน โดยไม่มีสารตกค้างแล้ว  ด้วยอนุภาพของวิตามิน ที่ถูกสกัดด้วยเทคโนโลยีนาโน ยังสามารถซึมซาบ block ไม่ให้ สารเคมี มลภาวะ ต่างๆเข้ามาทำร้าย เส้นผมและหนังศีรษะ  โดยไม่ทิ้งคราบ ให้อุดตันรูขุมขน

นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันความร้อน จากUV ความร้อนจาก การไดร์ผม หนีบผม ต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุ ทำให้เส้นผมแห้งเสีย ขาดความชุ่มชื้น และ ด้วยคุณสมบัติ อีกประการนึงที่ เราค้นพบว่า คุณค่าของ สารสกัดจากงา ยังช่วย ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการอักเสบของผิวหนังได้  จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่า ครีมนวดผม สูตร ไร้สารซิลิโคน  ที่ nanovech ได้คัดสรร จะไม่ก่อให้เกิดปัญหา  ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะอักเสบ รังแค หนังศีรษะมัน กับผู้ใช้แน่นอน

ทาง nanovech มีกิจกรรม ออกบูท พบปะ ให้คำปรึกษากับลูกค้าเกี่ยวกับ สุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะ ได้ ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ท่านที่สนใจ สามารถ ติดต่อ สอบถาม ข้อมูลได้ที่
www.nanovechshop.com  หรือติดตาม ความเคลื่อนไหว  และกิจกรรมดีๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/nanovechshopp  
 

 

 

เซรั่มสมุนไพร รักษา รังแค เชื้อราบนหนังศีรษะ

Anit – Dandruff สมุนไพร รักษารังแค เชื้อรา อาการคัน บนหนังศีรษะ

การรักษา รังแค เชื้อรา อาการคัน และ กลิ่นอับชื้นบนหนังศีรษะ ที่มีความปลอดภัย 100% จากสารเคมีตกค้าง ไร้ผลข้างเคียง นั้น ย่อมมาจากการรักษา ด้วยสิ่งที่เข้ากับ ร่างกายเราได้ดีที่สุด  นั่นคือ สารจากธรรมชาติ

หลายปัจจัยที่ทำให้เกิด อาการรังแค อาทิ ฮอร์โมนในร่างกาย ความเครียด การแพ้สารเคมี อย่างเช่น ใช้แชมพูไม่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ น้ำยาย้อมผม ดัดผม ยืดผม  รวมไปถึง การเจ็บป่วย หรือ ภูมิแพ้กำเริบ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อเป็นการหาสาเหตุของ รังแค เชื้อราบนหนังศีรษะ เราควรมีการตั้งข้อสังเกตุตัวเอง ว่าเราเคยมีประวัติการแพ้ สารเคมี หรือ อาการเจ็บป่วยก่อนที่ จะเกิด รังแค หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อ การรักษาที่ถูกต้อง และเป็นการ เตรียมความพร้อม รับมือกับรังแค อย่างทันท่วงที

รังแค เชื้อราบนหนังศีรษะ เกิดขึ้นจากการที่ หนังศีรษะเกิดการผลัด เซลผิวที่เร็วกว่าปกติ โดยมีสาเหตุจากหลายประการ อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น แต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะ การอักเสบ ตลอดจนรังแค ขยายวงกว้างนั้น มีสาเหตุมาจาก การติดเชื้อ เนื่องจาก เชื้อแบคทีเรีย มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ จนทำให้เกิด อาการคัน เกิดกลิ่นอับชื้น มีเชื้อรา เมื่อหนังศีรษะที่เต็มไปด้วย เชื้อแบคทีเรีย ถูกสัมผัส แกะ เกา ก็จะมีผลทำให้ หนังศีรษะ เกิดเป็นแผล และเกิดการอักเสบที่รุนแรงได้

รังแค เกิดขึ้นจากการที่ หนังศีรษะเกิดการผลัด เซลผิวที่เร็วกว่าปกติ โดยมีสาเหตุจากหลายประการ อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น แต่ ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะ การอักเสบ ตลอดจนรังแค ขยายวงกว้างนั้น มีสาเหตุมาจาก การติดเชื้อ เนื่องจาก เชื้อแบคทีเรีย มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ จนทำให้เกิด อาการคัน เกิดกลิ่นอับชื้น มีเชื้อรา เมื่อหนังศีรษะที่เต็มไปด้วย เชื้อแบคทีเรีย ถูกสัมผัส แกะ เกา ก็จะมีผลทำให้ หนังศีรษะ เกิดเป็นแผล และเกิดการอักเสบที่รุนแรงได้

Nanovech สูตร Anti – Dandruff  เป็นเซรั่มเข้มข้นที่มีประสิทธิภาพ ในการบำรุงหนังศีรษะ ด้วย อนุภาพขนาดเล็ก ที่ผ่านการ สกัดด้วยเทคโนโลยีนาโน ทำให้วิตามิน ที่มีมากว่า20ชนิด อาทิเช่น  สารสกัดจากงา ไพร มะกรูด และ สารสกัด จาก เปปเปอร์มิ้น  ที่นอกจากจะ  ต่อต้านการเจริญเติบโตของ แบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของปัญหา รังแค เชื้อรา คันหนังศีรษะ กลิ่นอับบนหนังศีรษะ ได้อย่างล้ำลึกแล้ว ยังสามารถ ซึมซาบเข้าไปบำรุง คืนสมดุลและ สร้างความแข็งแรงให้แก่เส้นผม ตั้งแต่ รากผมจรดปลายผม ได้อย่างดี

 

 

 

 

kอุมาดา

ผมมัน หนังศีรษะมัน ความมันส่วนเกิน

หนึ่งปัญหาที่เป็น อุปสรรคต่อความแข็งแรงและ การเจริญเติบโตของเส้นผม ที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาหลักๆที่มีสาเหตุมาจาก หลายประการ นั่นก็คือ ความมันส่วนเกิน บนหนังศีรษะ

ความมัน ไม่เพียงแต่จะเป็นตัวดึงดูดเอาความสกปรก อย่างพวก ฝุ่นละออง และเหล่าเชื้อแบททีเรีย เข้ามาหมักหมมบนหนังศีรษะแล้ว ยังเป็นต้นเหตุของ ปัญหาผมร่วง ด้วย ซึ่งมันไม่เพียงแต่ปกคลุมบนหนังศีรษะเท่านั้น มันยังสามารถแทรกซึม ซ่อนตัวอยู่ใน รูขุมขน และนำพาความสกปรก และสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตันในรูขุมขนอีกด้วย

และผู้ที่มีปัญหา ผมร่วง ส่วนมากมักจะมีปัญหาหนังศีรษะมันร่วมด้วย ซึ่งขั้นตอนในการ ฟื้นฟูรักษา ก็ต้องหาสาเหตุหลักๆว่า มาจากอะไร อย่างเช่น คนที่ชอบทำสีผมประจำ แน่นอนว่าถูกสารเคมี รบกวนระบบนิเวศของหนังศีรษะ และต่อมไขมัน รากผมอ่อนแอ ทำให้ มีอาการผมร่วง และมีหนังศีรษะมันร่วมด้วย ในส่วนนี้ จะต้อง หยุดการใช่สารเคมี และหันมาฟื้นฟูอย่างจิงจัง  เป็นต้น ทั้งนี้มีหลายสาเหตุที่เป็นปัจจัย ก่อให้เกิด ความมันบนหนังศีรษะ เช่น กรรมพันธุ์ ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง DHTฮอร์โมนในผู้ชาย หรือ มีโรคประจำตัวแทรกซ้อน  อย่าง ไทรรอยด์ โลหิตจาง เป็นต้น

Tips: การใช้แชมพูที่มีสารชะล้างเข้มข้น ไม่เพียงแต่จะชำระ สิ่งสกปรกอื่นๆออกไป ยังชำละเอาน้ำมันธรรมชาติออกไปด้วย  ทำให้หนังศีรษะแห้ง เสียสมดุล  ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตออกมามากเกินไป ดังนั้น การดูแลรักษาผมมันนั้น การเลือกใช้แชมพูที่มีค่าPHอ่อนๆ ถือเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วย ลดปัญหาความมันบนหนังศีรษะได้อีกขั้นตอนหนึ่งค่ะ

 

 

ยืดผม

ผมขาด ..เนื่องจากการ ยืดผม

การยืดผม เป็นการจัดระเบียบเส้นผมใหม่ เพื่อความสวยงาม ความสะดวกในการดูแลความเป็นระเบียบ หลายๆคนที่อยากมีผมตรง จึงเลือกที่จะใช้วิธีในการยืด รูปประกอบ  จากกรณียืดผมเป็นไปได้ว่า เลือกน้ำยาที่มีความเป็นด่างที่ไม่เหมาะสมกับ สภาพเส้นผมของตัวเอง และใช้เวลาในแต่ละขั้นตอน นานเกินไป ทำให้เกิดการหลุดร่วงของเส้นผม และโคนผมขาด

น้ำยาที่ใช้ยืดผมมีอยู่3ชนิด คือ

  1. sodium hydroxide

  2. guanidine hydroxide

  3. ammonium thiogly coiate

น้ำยาที่ใช้ยืด หรือ รีแลกเซอร์ จะทำใหน้าที่ในการแทรกซึมเข้าสู้ผมชั้นกลาง เพื่อเข้าไปปรับเปลี่ยนลักษณะโครงสร้างของเส้นผมให้อ่อนตัวลง เพื่อที่จะสร้าง/จัดรูปแบบเส้นผมใหม่ตามต้องการ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการลงน้ำยาชนิดที่สามารถบล็อค  เพื่อเข้าไปบล็อคโครงสร้างเส้นผม ให้มีความยืดหยุ่น และคงตัวตรงในรูปแบบใหม่ที่ได้วางไว้

และน้ำยาsodium hydroxideหรือ รีแลกเซอร์ นี้มีความเป็นด่างสูง การกัดกร่อนค่อนข้างรุนแรง  ในขั้นตอนการยืดผม หากใช้เวลาในการลงมือทำนานเกินไป หรือช่างไม่มีประสบการณ์ อาจก่อให้เกิดปัญหากับเส้นผมและหนังศีรษะได้

กล่าวคือ เมื่อสารเคมีกลุ่มนี้ซึมเข้าสู่ เส้นผมและหนังศีรษะ ไม่เพียงจะเข้าไปทำลายโครงสร้างเส้นผม ทำให้เส้นผม แข็งท่อขาดชีวิตชีวา และโคนผมหัก ขาด หลุดร่วงแล้ว สารเคมีกลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดการอักเสบของหนังศีรษะ ทำใหเกิดการหลุดลอกของชั้นผิวหนังที่รุนแรงจนทำให้เกิด การติดเชื้อ และเกิดรังแครื้อรังได้ ทั้งนี้ ปัญหาเหล่านี้อาจไม่เกิดขึ้นกับทุกคนที่ทำการยืด แต่สำหรับคนที่ ชอบยืดผมเป็นประจำ ก็อย่านิ่งนอนใจไป เพราะถ้าหาก หนังศีรษะ ได้สัมผัสกับสารเคมีอยู่เป็นประจำ เมื่อถึงวันที่หนังศีรษะอ่อนแอ ปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆเกิดขึ้นกับคุณ ไม่อย่างไดอย่างหนึ่ง แน่นอนค่ะ

Tips: ควรมีการปล่อยให้หนังศีรษะและเส้นผมได้พักฟื้นบ้าง โดยการ พักการใช้สารเคมี และควรมีการดีท็อกซ์ สารเคมีออกจากหนังศีรษะ เพื่อเป็นการฟื้นฟูและทำความสะอาดสารเคมีที่เกาะติกอยู่กับ เส้นผม ออก ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบำรุงรักษา เส้นผมให้แข็งแรง ควรจะมีการบำรุงรากผม โดยการเติมวิตามินให้แก่รากผม และทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้การฟื้นฟูและบำรุง เส้นผมและหนังศีรษะ ได้ผลและเส้นผมกลับมาแข็งแรงได้เร็วยิ่งขึ้นค่ะ

 

 

 

 

3

ความมัน ปัญหาที่มักมาพร้อมกับปัญหาผมร่วงเสมอ

สารเคมีเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ เส้นผม และหนังศีรษะเกิดปัญหา และปัญหาความมันอุดตันในรูขุมขน จากรูปภาพเป็นลักษณะของสภาพหนังศีรษะ และ เส้นผมที่ผ่านการโกรกผม ของผู้ที่มีปัญหาจริง จากการโกรกสีผม ปิดผมขาวอยู่เป็นประจำ  เมื่อเริ่มมีปัญหาผมร่วง พบว่า หนังศีรษะมันขึ้น และผมบางลง อย่างเห็นได้ชัด  

จริงๆแล้วสาเหตุที่ทำให้เกิด ผมมัน หนังศีรษะมัน นั้นมีอยู่หลายสาเหตุ เช่นพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมน การรับประทานอาหารที่มันเกินไป และสิ่งแวดล้อมที่มีความร้อนเป็นตัวกระตุ้น เป็นต้น และ การใช้สารเคมีก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หนังศีรษะมันได้ ด้วยความที่ในน้ำยาโกรกผมจะมีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมี ที่มีฤทธิ์ในการกัดกร่อน เมื่อมากระทบกับหนังศีรษะ อยู่บ่อยครั้ง หนังศีรษจะเกิดการระคายเคือง อักเสบอยู่เป็นเนืองๆ เมื่อความเสียหายเกิดขึ้น ต่อมไขมันจึงผลิตน้ำมันออกมาเพื่อปกป้องหนังศีรษะ

ในหนึ่งรูขุมขน จะมีต่อมรากผม1เซล ซึ่งใน1รุขุมขนนั้นมักจะมี ต่อมไขมัน และต่อมเหงื่ออยู่ขนานเสมอ ต่อมเหงื่อมีหน้าที่ในการสร้างน้ำมันเพื่อ สร้างความแข็งแรงและรักษาความชุ่มชื้น ให้แก่เส้นผม และหนังศีรษะ หากหนังศีรษะเกิดการระคายเคือง หรือมีความร้อน หรือมีสารเคมี ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองมากระทบ ต่อมไขมัน จะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อปกป้องหนังศีรษะนั่นเอง

และการผลิตน้ำมันของต่อมไขมัน หากอยู่ในระดับปกติ จะไม่มีผลกระทบใดๆเกิดขึ้น แต่หากต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินความจำเป็น ความมันจะถูกสะสม และเกิดการอุดตัน ในรุขุมขน จะมีผลกระทบต่อ การเจริญเติบโตของเส้นผม ตลอดจนไปกีดขวางการรับสารอาหารของรากผม ทำให้เกิดความผิดปกติ เช่น การหลุดร่วงของเส้นผม และเส้นผมขึ้นช้าลง เส้นผมเล็กลีบ บาง เป็นต้น ทั้งนี้ ความมันยังเป็นตัวดึงดูสิ่งสกปรกให้มาเกาะติดได้ง่าย ซึ่งจะนำพาแบททีเรีย และก่อให้เกิดรังแค และก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยค่ะ

การขจัดความมัน นอกจากจะช่วยให้หนังศีรษะสะอาดแล้ว ยังช่วยลดปัญหาผมร่วง ผมบางได้ดีอีกด้วยนะคะ ซึ่งการเลือกใช้แชมพู ที่มีค่าPHที่เป็นกรดอ่อนๆจะช่วยลดอาการหนังศีรษธมันได้ดีค่ะ ทั้งนี้ ควรแชมพูที่สามารถช่วยดีท็อกซ์สารเคมีออกจากเส้นผมและหนังศีรษะบ้าง ในกรณีใครที่มีการโกรกสีผมเป็นประจำค่ะ

 

 

 

 

edit 1

ภัยเงียบจากการโกรกสีผม..

ในน้ำยาโกรกผมนั้นประกอบไปด้วย สารก่อมะเร็ง ที่นอกจากจะทำให้ชีวิตคุณเสี่ยงต่อโรงมะเร็งแล้ว ยังส่งผลให้ชีวิตคุณ จะกับปัญหาสุขภาพต่างๆ รวมถึงปัญหา ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะล้านได้ด้วย และคนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาต่างๆที่กล่าวมา มากนั้น ก็คือคนที่มีความถี่ในการย้อม หรือการใช้สารเคมีกับเส้นผมและหนังศีรษะ มากกว่า9ครั้ง/ปี นั่นเองค่ะ

และนี่คือภาพจริงจากผู้ที่มีปัญหาจริง เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะ   หนังศีรษะมัน เส้นผมบาง อันเนื่องมาจาก การย้อมผม เพื่อปกปิดผมขาว ทุกๆ1เดือน  หรือ เมื่อผมขาวเริ่มโผล่พ้นหนังศีรษะให้เห็น ทำเป็นประจำ ตลอดระยะเวลา4ปี !!!

จากภาพระกอบ แสดงให้เห็นถึง จำนวนของเส้นผมที่ลดน้อยลงซึ่งจากปกติแล้วในหนึ่งรูขุมขน หรือ รากผม1เซล จะสามารถสร้างเส้นผมได้ 2-3เส้น หากรากผมมีความแข็งแรงสมบรูณ์ หรือ หากไม่มี ปัจจัยอย่างอื่น มากระทบ หรือทำให้รากผมเกิดความเสียหาย

ในน้ำยาโกรก มีสารที่ออกฤทธิ์กัดกร่อน  และสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังเป็นส่วนผสม อย่าง แอมโมเนีย (Ammonia) และ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์(Hydrogen preoxide) ซึ่งสองตัวนี้ จะทำงาน สัมพันธ์กันโดย ที่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จะเป็นเสมือนตัวฟอกสีและ ทำให้สีผมธรรมชาติ อ่อนลง เพื่อให้ แอมโมเนีย ซึ่งเป็นตัวกัดกร่อน นำเอาสีย้อม ซึมเข้าไปสู่เส้นผมชั้นกลาง เพื่อให้สีติดทนนาน

แต่!!! ภัยเงียบ หรือผลกระทบที่ หลายคนอาจมองข้าม คือ สารสองตัวนี้เป็นสารที่เมื่อ สัมผัสโดนหนังศีรษะ บ่อยครั้ง มันจะซึมเข้าไปสะสมในรูขุมขน เป็นเวลานาน มันจะทำลายความแข็งแรงของรากผม ทำให้รากผมอ่อนแอ และอาจทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมผิดเพี้ยนไป กล่าวคือ รากผมที่ถูกสารเคมีรบกวน จะอ่อนแอลง จนส่งผลทำให้ เส้นผมหุลุดร่วงง่าย ในขณะเดียวกัน รากผมไม่มีประสิทธิภาพที่จะสร้างเส้นผมขึ้นมาแทนที่ หรือเมื่อเส้นผมขึ้นมาใหม่ ลักษณะเส้นผมจะมีขนาดเล็ก เรื่อยๆจนเปลี่ยนลักษณะ  จากเส้นหนา ดกดำ จะค่อยๆเล็กลีบ จนทำให้เห็นหนังศีรษะ หรือที่เราเรียกว่า ผมบางนั้นเองค่ะ

ซึ่งนอกจากนี้ การที่มีเส้นผมน้อยนั้นยังส่งผลกระทบต่อ หนังศีรษะอีกด้วย เพราะเส้นผมมีหน้าที่ปกคลุมหนังศีรษะไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจาก ความร้อน และความร้อนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ไปกระตุ้น ให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้หนังศีรษะมัน และความมันคือสาเหตุหลักๆที่ทำให้เกิดปัญหา หนังศีรษะล้านอีกด้วยค่ะ

ดังนั้น หากใครที่คิดว่า ร่างกายตัวเองแข็งแรงดี เส้นผมยังหนาดกดำ ปัญหาอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้นกับตัวเองแน่ๆ ก็อย่างเพิ่งชะล่าใจไปค่ะ เพราะ ปัญหา สารเคมีตกค้าง จนนำปัญหาผมร่วง ผมบางมาให้นั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนก็จริง แต่จะเกิดขึ้นกับใครก็ตาม ที่มีแนวโน้มว่า ในแต่ละปีมีความถี่ในการ ย้อมสีผม โกรก ทำสารเคมี บ่อยครั้ง หรือมากกว่า9ครั้งต่อปี แน่นอนค่ะ

ทางที่ดี หลังจากการทำสีผม ทุกครั้ง ควรมีการดีท็อกซ์สารเคมีออกทุกครั้ง ในส่วนนี้จะช่วยให้ การสะสม หรือ การตกค้างของสารเคมีจะลดน้อยลง และควรการบำรุงรากผมควบคู่อยู่เสมอ  เพื่อเป็นการฟื้นฟู และสร้างความแข็งแรงให้แก่ เส้นผมและรากผมค่ะ และที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์การบำรุงนั้นควรมาจากธรรมชาติ100%ค่ะ

หากยังไม่เริ่มฟื้นฟูหนังศีรษะและรากผม  หรือไม่คิดว่าเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เกิน4ปี หรือเมื่อคุณอายุมากขึ้น ปัญหาผมร่วง ผมบาง มันจะมาแน่ๆ  คอนเฟริม์!!!!!!