CH

Detoxifying shampoo เส้นผมกับ การดีท็อกสารเคมี

ไลฟสไตล์ของคนในยุคปัจจุบันไม่ค่อยจะสนใจสักเท่าไหร่สำหรับการดูแลใส่ใจ เส้นผม และ หนังศีรษะ มีไม่กี่คนที่นอกจาก จะสระผม และนวดผม ปกติแล้วจะสนใจ ใส่ใจ สุขภาพเส้นผม จนกระทั่ง ปัญหาเกิด จึงจะหาวิธีรักษา ซึ่งแน่นอนว่า การหันมาใส่ใจ รักษาเมื่อ ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว แม้จะยังไม่สายเกินไป แต่สำหรับการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นดังเดิม นั้น …ต้องใช้เวลาพอสมควรค่ะ

ผมทำสี

ข้อปฎิบัติ หลังจาก โกรก ผม ทำสีผม

เนื่องจาก น้ำยาโกรกผม เป็นสารเคมีที่ล้วนแล้วแต่ มีส่วนผสมที่ ออกฤทธิ์ในการกัดกร่อน ทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อสัมผัสกับเส้นผม และหนังศีรษะ ก็เป็นธรรมดาที่ จะก่อให้เกิด ความอ่อนแอแก่เส้นผม ตลอดจน การระคายเคืองแก่หนังศีรษะ  ซึ่งปัญหาที่พบมากก็คือ เส้นผม หยาบกระด้าง มีการหลุดร่วงของเส้นผม  และรังแค แสบคันบริเวณหนังศีรษะ 

และเพื่อเป็นการดูแล ฟื้นฟูสภาพเส้นผม และ หนังศีรษะ หลังจากการทำสี โกรกสีผม เรามีข้อแนะนำดีๆมาฝากค่ะ

  • เส้นผมที่ผ่าน การโกรกสี ทำสี จะพบว่า มีความอ่อนแอ และเสียหายเป็นอย่างมาก เส้นผม จะมีความหยาบกระด้าง ชี้ฟู นั่นเป็นเพราะถูกสารเคมีเข้าไป ทำลายสมดุล การกักเก็บความชุ่มชื้นบกพร่อง ดังนั้น การทำทรีสเม้นท์ การใช้ผลิตภัณฑ์ บำรุงเส้นผม จะช่วยทดแทนความชุ่มชื้นทีเสียไป ทำให้ เส้นผม กลับมา มีน้ำหนัก และนุ่มลื่นได้
  • ในระยะเวา ภายใน48ชั่วโมง หลังจากการทำสีผม หนังศีรษะยังคงอ่อนแอ  เกล็ดผมยังฟื้นตัวไม่ได้เต็มที่ ทำให้ มีความเสี่ยง อย่างมากที่หนังศีรษะ จะเกิดการระคายเคือง และต่อมไขมันจะขับน้ำมันออกมาปกป้อง ในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้ หนังศีรษะมันในขณะที่ เส้นผม ขาดแตกปลาย ดังนั้น ช่วงนี้ ควรหลีกเลี่ยง การสัมผัสความร้อน เช่น จากการไดร์ผมด้วยความร้อน และการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง
  • เส้นผมที่ผ่านการทำสี จะsensitive อย่างมาก หากได้รับสารเคมีที่รุนแรงมาสัมผัส  ดังนั้นห้ามทำการ ดัด ยืด หรือ ทำสีซ้ำเด็ดขาด เพราะจะทำให้ เส้นผมเกิดการช็อก และเกิดการหลุดร่วงของเส้นผม และ ผมร่วง ผมบาง อย่างฉับพลันได้ ทางที่ดี ควรเว้นระยะ ให้ เส้นผม และหนังศีรษะได้ รับสมดุล และฟื้นความแข็งแรงเสียก่อน
  • แชมพูที่เหมาะสมกับ สภาพเส้นผม และหนังศีรษะ ที่ผ่าน การทำสี โกรกสีผม นั้น ควรจะมีความอ่อนโยน และมีส่วนผสมมาจากธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้แชมพูที่มีสารชะล้าง ที่รุนแรง
  • หลีกเลี่ยงการหวีผม ขณะที่ผมยังเปียกชิ้นอยู่ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยง การขาด ของเส้นผม ซึ่งมีความเปราะบาง และหากมีความจำเป็นจะต้องหวีในขณะที่ ผมยังเปียกอยู่ ก็ควรเลือกหวีซี่ห่าง
ผมบาง

จะเกิดอะไรขึ้น..หากปล่อยปัญหา ผมร่วงเรื้อรัง จนผมบางโดยไม่รักษา

เป็นเรื่องที่น่าแปลก ที่คนไทย ส่วนใหญ่ที่มีปัญหา ผมร่วง ยังคงใจเย็นไม่ใส่ใจที่จะแก้ไข จนเวลาล่วงเลยถึงขั้น ปัญหาลุกลามหนัก ปริมาณเส้นผม น้อยลง บางลง จึงค่อยรักษา ซึ่งหากอยู่ในขึ้น ผมร่วง จนบาง นั้น บอกเลยว่า จะให้กลับมาดกดำดังเดิมนั้น ต้องใช้เวลาค่ะ

อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจัยที่ทำให้ เส้นผม เกิดการหลุดร่วง อย่างผิดปกติ นั้นมีหลายปัจจัย เช่น ปัจจัยภายนอก ที่นอกจาก การใช้สารเคมี กับเส้นผมเป็นเวลานานติดต่อกันแล้ว อากาศ มลพิษ ตลอดจน ปัจจัยภานใน อย่าง การทาน ยา  ทานอาหาร อาการเจ็บป่วยของร่างกาย ฮอร์โมน ความเครียด อายุ ก็มีความเกี่ยวข้องและมีความสัมพันธ์ กันทั้งสิ้น แต่ ปัญหา ผมร่วงนั้น หากมีการฟื้นฟูร่างกาย และเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำร้ายเส้นผม และหนังศีรษะเสียใหม่ ไม่นานเส้นผม ที่แข็งแรง ก็จะกลับคืนมา

ผมร่วง  หากปล่อยไว้โดยไม่มีการรักษา ก็ถือว่าเป็นปัญหา ผมร่วงแบบเรื้อรัง และจะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด ปัญหา ผมบาง โดยง่าย และหากใครที่มีปัญหา ผมมันอยู่ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ โอกาสทำให้เกิดการหลุดร่วงของเส้นผมมีมากขึ้น เพราะความมันเป็นสาเหตหนึ่งที่เมื่อ เข้าไปอุดตันแล้วจะส่งผลให้ การไหลเวียนของอาหารและออกซิเจนในบริเวณ รากผม ลดน้อยลง ทำให้ เส้นผมอ่อนแอ และหลุดร่วง ได้ง่าย

ดังนั้น เบื้องต้นหากใครที่ กำลังประสบ ปัญหา เส้นผมหลุดร่วง ไม่ว่าจะมาจาก การแพ้สารเคมี หรือ การมีหนังศีรษะมัน และภาวะผิดปกติต่างๆของฮอร์โมนในร่างกาย ควรรีบหาทางรักษา และบำรุงตั้งแต่ต้น เพื่อปัญหาการหลุดร่วง ของเส้นผม จะได้ไม่ลุกลาม เป็นปัญหา ผมบาง ศีรษะล้าน จนแก้ไขและฟื้นฟูให้กลับมาดกดำ เหมือนเดิม ลำบากค่ะ

เคล็ดลับการดูแลปัญหา เส้นผมหลุดร่วง

  1. การใช้แชมพูที่เป็นสูตรอ่อนโยน หรือ มีส่วนผสม มาจากธรรมชาติ เช่น น้ำมัน ที ทรี ออยส์  ที่ออกฤทธิ์ทำความสะอาดอย่างบางเบา สารที่ได้จาก ที ทรี ออยส์ จะช่วยขจัดคราบความมัน เชื้อรา แบททีเรีย บนเส้นผมและหนังศีรษะ อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูเส้นผมและออ่นโยนกับหนังศีรษะอีกด้วย
  2. การรับประทาน อาหารที่มี คุณค่าทางโภชนา จะเป็นการช่วยส่งเสริมความแข็งแรงให้แก่รากผม จากภายใน ซึ่งสารอาหารเหล่านั้น ได้แก่ ไบโอติน โปรตีน วิตามินซี ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ ก็ควรดูแลภายนอกควบคู่กันไป โดยการใช้ ผลิตภัณฑ์บำรุงรากผมที่ปราศจากสารเคมี ในส่วนนี้จะช่วยฟื้นฟูและ รักษารากผมให้กลับมาแข็งแรง ได้ดียิ่งขึ้น

 

 

สารกันเสีย

ปัญหาผมร่วงกับแชมพู ตอนที่2 สารกันเสีย

อาการแพ้ของคนเรา เกิดขึ้นได้เสมอ ระดับความรุนแรงก็จะแตกต่างกันออกไป และผิวของแต่ละคน ก็แพ้สารเคมี ที่แตกต่างชนิดออกไปด้วย  เช่นเดียวกับ อาการแพ้แชมพู ที่พบเห็นกันโดยทั่วไป ที่ใช้แชมพูยี่ห้อเดียวกัน หรือ ขวดเดียวกัน แต่กลับมีอาการแพ้ที่ต่างกัน หรือไม่มีการแพ้ นั่นเป็นเพราะว่า แชมพู มีส่วนผสมหลายชนิด ที่สามารถ ทำให้เกิดการระคายเคืองได้

สารจำเป็นอีกชนิดหนึ่งที่แชมพู ไม่ว่าจะยี่ห้อใดต่างก็ต้องมีในส่วนผสมทั้งนั้น นั่นคือ สารกันเสีย สารชนิดนี้ ใส่เพื่ออะไร? เพื่อป้องกันและ ยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ เช่น แบททีเรีย เชื้อรา ฯลฯ ที่จะเข้ามาทำปฏิกิริยากับเนื้อแชมพู ทำให้ เกิดการเสียหายกับแชมพู โดยทั่วไป สารกันเสียที่นิยมใช้ในเครื่องสำอางค์ แชมพู ครีมนวดผม นั้นจะเป็นสารกันเสีย ประเภท Parabens ซึ่งจะทำให้เกิดอาการแพ้น้อยมากใน ผู้ที่มีผิวสุขภาพดี หรือหนังศีรษะแข็งแรง แต่หากเป็นผู้ที่แพ้ง่าย หรือ มีปัญหา เกี่ยวกับ หนังศีรษะอ่อนแอ ก็สามารถทำให้ เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ เช่น เกิดผื่นแพ้ ระคายเคือง และผมร่วง เป็นต้น

Tips: สารกันเสียที่พบในแชมพู คือ ลอรีล ซัลเฟต ซึ่งหากแชมพูนั้นๆมี สารกันเสีย เป็นส่วนประกอบอยู่ จะเขียนกำกับไว้ในส่วนของ ส่วนประกอบค่ะ และเพื่อสุขภาพเส้นผมและเพื่อเป็นการ หลีกเลี่ยงสารกันเสีย ควรเลือกใช้แชมพูที่ใช้สารกันเสียที่ได้จากธรรมชาติ เช่น Phenoxyethanol หรือ สารอย่าง Tea tree oil ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤิทธิ์ฆ่าเชื้อรา และยังป้องกันการเสีย ในผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วยค่ะ

 

 

สารทำความสะอาด

ปัญหาผมร่วงกับแชมพู ตอนที่1 สารทำความสะอาด

แชมพูที่มีความเข้มข้นของสารเคมีมากนั้น มักจะสร้างปัญหา ผมร่วงแบบเฉียบพลันได้ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหา ผมร่วง ผมบาง เป็นปัญหาเดิมอยู่แล้วนั้น การเลือกแชมพูที่ไม่เหมาะสมกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะตัวเองก็มีโอกาสที่ ปัญหา ผมร่วง ผมบาง มีความรุนแรง และเกิดอาการ ผมร่วง เรื้อรัง จนเกิดปัญหา ผมบาง ศีรษะล้านได้เช่นกันนะคะ  และเราจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่า แชมพูแบบไหน ที่มีคุณภาพเหมาะสมกับตัวเองไม่ทำให้เกิดปัญหา ผมร่วงตามมาล่ะ?

โดยทั่วไปแชมพูที่มีอยู่ตามท้องตลาดมีมากมายหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อ จะมีความเข้มข้นของสารที่เรียกว่า สารทำความสะอาด ในปริมาณที่ไม่เหมือนกันแชมพูที่มีฟองมากๆส่วนใหญ่มีส่วนผสมจากสารทำความสะอาดที่มีคุณภาพน้อย มีความเข้มข้นของสารทำความสะอาดมาก  สังเกตได้ว่า เมื่อใช้แล้ว เส้นผมจะกระด้าง เมื่อใช้สระเป็นประจำ เส้นผมจะไร้น้ำหนัก ชี้ฟู และหนังศีรษะจะมันง่าย ซึ่งแชมพูที่มีฟองมากๆนี้ ไม่เหมาะสมกับคนที่มีปัญหา ผมร่วง หนังศีรษะมัน รังแค ค่ะ เพราะความรุนแรงของสารชะล้างที่มีมากเกินไปนั้น นอกจากจะขจัดสิ่งสกปรกหมดเกลี้ยงแล้ว ยังกำจัดน้ำมันธรรมชาติที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงเส้นผมและหนังศีรษะออกได้วย ทำให้เกิดการรบกวรกระบวนการทำงานของต่อมไขมัน ส่งผลในทางที่ไม่ดีคือจะไปเพิ่มความความรุนแรง ของอาการต่างๆให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น

ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ การหลุดร่วงของเส้นผม หนังศีรษะมัน หนังศีรษะอักเสบ ควรจะหลีกเลี่ยงแชมพูชนิดที่มีฟองเยอะ และควรใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยน มีสารทำความสะอาดที่ได้มาจากธรรมชาติ หรือใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาที่เป็นอยู่เกิดการเรื้อรังและรุนแรงมากขึ้นค่ะ

 

แพ้แชมพูรังแคมาเต็ม

แพ้แชมพู รังแคมาเต็ม

เพราะบนหนังศีรษะ เราไม่ได้มีเพียง รูขุมขนและเส้นผมเท่านั้น ยังมีต่อมไขมัน และต่อมเหงื่อประกบอยู่ในทุกๆรูขุมขน ทำหน้าที่ในการสร้างสมดุลให้แก่เส้นผม เมื่อมีความร้อน สารเคมี หรือแบททีเรียที่เป็นอันตรายต่อหนังศรีษะมากระทบ ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันก็ผลิตเหงื่อและน้ำมันออกมาปกป้องหนังศีรษะทันทีเพื่อให้เกิดความสมดุล

และการทำความสะอาดที่ทั่วถึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษาความสะอาด ป้องกันไม่ให้มีสิ่งสกปรกและแบททีเรียมาทำร้ายได้ แต่หากแชมพูที่ใช้อยู่นั้น ไม่เหมาะสมกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ รังแคเกิดขึ้นได้เช่นกันค่ะ

เพราะแชมพูมีสารชะล้างเป็นส่วนผสมหลัก หากมีความเข้มข้นมากเกินที่หนังศีรษะจะรับได้จะทำให้เกิดการ ระคายเคือง  เมื่อหนังศีรษะได้รับ ผลกระทบ ต่อมไขมันและเหงื่อ ก็จะผลิตน้ำมันและเหงื่อ ออกมาปกป้องในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น ทำให้ เกิดชั้นไขมันส่วนเกินหนาขึ้น และเมื่อแบททีเรียเกิดการเพิ่มจำนวนมากขึ้น ก็จะเกิดการอักเสบ และหนังศีรษะหลุดลอกมากผิดปกติ จนเกิดเป็นรังแคค่ะ

คำแนะนำสำหรับคนที่มีปัญหารังแค อันเนื่องมาจากแพ้แชมพูนั้น

  1. เลือกแชมพูที่ตรงกับปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะ และเมื่อใช้แล้วเิดอาการคันหนังศีรษะ ควรหยุดใช้ทันที และพยายามอย่าเกา เพื่อป้องกันการเกิดแผลอักเสบบนหนังศีรษะ
  2. เมื่อเป็นรังแค ควรหลีกเี่ยงการใช้ ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้เต็มไปด้วยสารเคมี มีผลกระทบต่อต่อมไขมัน และยังจะไปเพิ่มความมันให้กับหนังศีราะอีกด้วย
  3. ควรเลือกใช้แชมพูที่มีคุณสมบัติบรรเทาอาการอักเสบของผิวหนัง  หรือ เลือกแชมพู หรือผลิตภัณฑ์ขจัดรังแคที่มีส่วนผสมของตัวยา ซิงค์ไพริไทออน และซีลิเนียมซัลไฟด์ สงอตัวนี้จะช่วยลดการแบ่งตัวของเซลผิวหนัง ทำให้รังแคลดน้อยลง
  4. รังแคไม่ได้เกิกจากเชื้อแบททีเรีย หรือเชื้อราโดยตรง แต่ แบททีเรียส่งผลให้ อาการรังแคมีความรุนแรง และเกิดอาการอักเสบมากขึ้น ดังนั้น การใช้ แชมพูหรือ ผลิตภัณฑ์ที่มีตัวยา คีโตโคนาโซล เป็นส่วนผสม จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบททีเรียได้ค่ะ

 

อาการแพ้ แชมพู

ผมร่วง เพราะ แพ้แชมพู

พฤติกรรม การดำรงชีวิตในแต่ละวันเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ผมร่วง และการแพ้แชมพู เป็นสาเหตุอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้ สาเหตุของการใช้แชมพูแล้วเกิดอาการข้างเคียง อย่าง ผมร่วง ขึ้นนั้น    อาจเกิดจากการที่ แชมพูที่ใช้อยู่นั้น ไม่เหมาะสมกับสภาพ เส้นผมและหนังศีรษะตัวเอง หรือเกิดจากการแชมพูที่ใช้อยู่นั้น มีส่วนผสมของสารชะล้างและสารต่างๆที่เป็นเคมีประกอบหลายชนิด  ประกอบกับ หนังศีรษะ ผ่านการทำเคมี เช่น การทำสีผม โกรก ยืดผม ฯลฯ ทำให้มีความอ่อนแอสะสม จนหนังศีรษะเกิดการระคายเคือง และเส้นผมจึงร่วงได้ง่าย อย่างน่าตกใจค่ะ

วิธีป้องกันและแก้ไข

  1. เบื้องต้นหากพลาดใช้แชมพูนั้นๆไปแล้วเกิดอาการคัน แสดงว่า หนังศีรษะเกิดการระคายเคือง ให้หยุดใช้ทันที และหันไปใช้แชมพูอ่อนๆอย่างเช่นแชมพูเด็กก่อน เพื่อปรับสมดุลให้แก่หนังศีรษะ ไม่ให้เกิดการระคายเคืองสะสม
  2. และเพื่อเป็นการป้องกัน ก่อนเลือกใช้แชมพู เราควรทราบว่า เส้นผมของเรามีลักษณะแบบไหน เช่น ผมแห้ง ผมเส้นเล็ก ผมมัน ผมเป็นรังแค ผมผ่านการทำสี เป็นต้น จากนั้น ก็ควรเลือกแชมพูที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและเส้นผมของตัวเอง โดยการสังเกตุที่ข้างขวดจะมีคำแนะนำอยู่ค่ะ
  3. หากคุณเป็นคนที่ชอบทำสีผม ยืดผม ทำทุกอย่างเกี่ยวกับกิจกรรมเคมีล่ะก็ หนังศีรษะและรากผมรวมถึงกระเปราะผม จะมีความอ่อนแอมาก หากมีการเปลี่ยนแชมพูหรือใช้แชมพูที่มีค่าของสารชะล้างและสารให้ความหอมบางตัวในปริมาณที่มากเกินกว่าที่หนังศีรษะจะรับได้ อาจจะทำให้เกิดการหลุดร่วงของเส้นผม อย่างกระทันหัน หรือเกิดรังแครุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น การเลือกใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยนที่มีความใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด จะช่วยปรับสมดุลให้แก่ หนังศีรษะและสภาพเส้นผมได้ ลดความเสียงต่อการเกิดปัญหา ผมร่วงจากแชมพูได้ ถือเป็นทางเลือกที่จะสามารถป้องกันการสูญเสียเส้นผมและเกิดปัญหากับหังศีรษะได้ดีที่สุดค่ะ

หมวกไอ้โม่ง

หมวกไอ้โม่ง กับเชื้อรา

ในการขับขี่ หรือกีฬาอันผาดโผน จำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่ง หมวกกันน็อค ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่การสวมใส่หมวกกันน็อค ในขณะที่อากาศอบอ้าวนั้นจะทำให้มีเหงื่อออกมาก ในขณะที่ภายในหมวกที่หุ้มด้วยฟองน้ำและผ้าที่มีคุณสมบัติซับเหงื่อได้ดี จึงเกิดการอมความชื้นและความร้อนเก็บไว้  จนเหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราและแบททีเรีย ทำให้ หมวกกันน็อคที่มีหน้าที่ป้องกันอุบัติกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อ และทำให้เกิดปัญหา เชื้อรา คันหนังศีรษะ รังแค และผมร่วงได้ ซึ่งการดูแลรักษาเรื่องความสะอาด ค่อนข้างลำบาก เพราะภายในหมวกกันน็อคบางชิ้นส่วน ก็ไม่สามารถถอดออกมาซักได้

หมวกไอ้โม่ง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ นักบิด สิงห์จักรยาน นำมาเป็นตัวเลือกในการช่วยในเรื่องของการซับเหงื่อ และถนอมยืดอายุการใช้งานภายในหมวกกันน็อค และจากลักษณะการออกแบบของ หมวกไอ้โม่ง ส่วนมากจะถูกออกแบบมาให้คลุมทั้งศีรษะและคอ จึงสามารถกันแดด กันฝุ่น กันลม  ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามแม้หมวกไอ้โม่ง จะมีประโยชน์มากมายเท่าไหร่ แต่หาก มีการใช้งานอยู่เป็นประจำ แต่ไม่มีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ  คราบเหงื่อและฝุ่นที่เกาะตามเนื้อผ้า ก็สามารถสร้างปัญหา เรื่องของ เชื้อรา รังแค อาการคันหนังศีรษะ และอาการผมร่วงได้เช่นกัน และนอกจากการทำความสะอาดที่ทั่วถึง แล้ว การเลือก หมวกไอ้โม่งที่มีการตัดเย็บ จากเนื้อผ้าที่มีคุณสมบัติเอื้อต่อการระบายอากาศได้ดีจะช่วยลดปัญหา เรื่องเส้นผม และหนังศีรษะได้อีกด้วย  เช่น เลือกเนื้อผ้าที่ไม่หนาเกินไป  ยืดหยุ่นได้ดี เนื้อผ้าต้องไม่ลื่น ทั้งนี้เพื่อการสวมใส่อย่างสบาย และ เพื่อช่วยให้การใส่หมวกกันน็อคทับกระชับพอดี และปลอดภัย และ สำหรับเรื่องการดูแลทำความสะอาดหมวกไอ้โม่งนั้น

  • ควรมีการซักและตากให้แห้งสนิท ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ เพราะด้วย หมวกไอ้โม่งทำจากผ้า จึงซักสะดวกและก็แห้งง่าย ทั้งนี้
  • หากใครชอบใช้หมวกไอ้โม่งอยู่เป็นประจำ ก็ควรมีสำรองไว้บ้าง เผื่อใบที่ซักไม่แห้ง
  • หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่เร่งรีบและไม่สะดวกในการซักและหาหมวกใบสำรองไม่ทัน  การมีเสปร์ยฆ่าเชื้อราสำหรับหมวก  พกไว้จะช่วยให้ช่วยการดูแลความสะอาด ง่ายขึ้นและมั่นใจเรื่องของเชื้อรา แบททีเรีย
หมวกราชการ

(เชื้อรา)ภัยคุกคาม หนังศีรษะกับหมวก ของข้าราชการ

ในอดีต คนเราใช้ประโยชน์จากหมวก เพียงแค่กันแดด กันฝนเท่านั้น ต่อมาเมื่อโลกมีวิวัฒนการและเทคโนโลยีที่มากขึ้น หมวกก็ถูกพัฒนาและทำขึ้นมาจากหลากหลายวัสดุ และมีลักษะดีไซน์ที่แตกต่างออกไปอย่างมากมาย และหมวกซึ่งนอกจากจะใช้ประโยชน์แล้ว ปัจจุบัน หมวกยังกลายเป็นแฟชั่นและกลายเป็นองค์ประกอบในเครื่องแบบ เพื่อแสดงถึงอำนาจ และสถานะทางสังคม  อีกด้วย  

ตำรวจ ทหารบก ทหารอากาศ ทหารเรือ เป็นอีกอาชี่พหนึ่งที่มีหมวกเป็นองค์ประกอบของเครื่องแบบอันศักดิ์สิทธิ์ และเมื่อมีการแต่งเครื่องแบบ ก็จะต้องสวมหมวกด้วยเพื่อรักษาระเบียบวินัยและเป็นการให้เกีรยติต่อเครื่องแบบในอาชีพตัวเอง และด้วยอากาศในเมืองไทย ที่อบอ้าว มีแดดร้อนจ้าแทบทุกวัน ทำให้ ข้าราชการไทย อย่าง ตำรวจ ทหารต่างๆ จะต้องเจอกับเหงื่อและความอับชื้นอยู่เป็นประจำ ซึ่งไม่ดีแน่ๆหากพูดถึงเรื่องของสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ

หมวกที่มีการใช้งานอยู่เป็นประจำ และโดนเหงื่ออยู่บ่อยๆจะทำให้เกิดความอับชื้น และจะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบททีเรียและเชื้อราเป็นอย่างดี อีกประการหนึ่งคือ ศีรษะที่ถูกปกคลุมไปด้วยเส้นผม เมื่อเจอ ฝุ่น ควัน สัมผัส ศีรษะเรา ที่เต็มไปด้วยเหงื่อ และน้ำมัน (ต่อมเหงือและต่อมไขมัน ขับออกมาเพราะความร้อนจากอากาศ)  ในส่วนนี้จะกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นเยี่ยมของเชื้อรา เชื้อราจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยความชื้นและอากาศ เมื่อ พบเจอกับสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนเส้นผมและหนังศีรษะที่อับชื้น การเจริญเติบโตของเชื้อราก็จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลให้เกิด กลิ่นไม่พึงประสงค์ คันหนังศีรษะ รังแค เชื้อรา และผมร่วง ผมบาง ในที่สุดค่ะ

การสระผมทุกครั้งหลังจากที่มีเหงื่อออก จะช่วยลดการสะสมของแบททีเรียและลดความเสี่ยงที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับ เส้นผม และหนังศีรษะได้ ในคนปกติ ที่ไม่ต้องสวมหมวกเป็นประจำ และนอกจากการสระผมเป็นประจำแล้ว ยังต้องเพิ่มการเอาใจใส่ และวิธีดูแลทำความสะอาดหมวก สำหรับคนที่จำเป็นต้องสวมหมวกอยู่เป็นประจำด้วย ดังนั้น การดูแลรักษาหมวกคือสิ่งจำเป็นที่ควรต้องทำค่ะ

หมวกข้าราชการ หรือหมวกหม้อตาลนั้น ใช้ผ้าในการเย็บและใช้ฟองน้ำบุหุ้มไว้ภายในตัวหมวกและปัญหา เชื้อรา และกลิ่นอับชื้น ก็มักจะเกิดขึ้นกับ วัสดุ2อย่างนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถถอดออกมาซักได้ ดังนั้นควรจะหาวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมกับและสะดวกที่สุดค่ะ

  1. เมื่อไหร่ที่อยากจะทำความสะอาด ขจัดคราบเหงื่อออกไปให้หมด โดยการซักก็ควรการมีหมวกไว้สำรองใช้ ตั้งแต่2ใบขึ้นไป เผื่อใบที่ซัก แห้งไม่ทัน
  2. หลังจากการใช้หมวก ไม่ควรเก็บหมวกไว้ในที่อับ ชื้น ควรมีการผึ่งลม หรือ แดดอ่อนๆเพื่อระบายอากาศและความอับชื้น
  3. การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาปรับอากาศเช็ดหมวกแล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง  จะช่วยลดกลิ่นอับชื้นกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
  4. ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือช่วงเวลาที่ไม่สะดวกทำความสะอาดหมวกแล้วนำไปผึ่งแดดได้ การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา และแบททีเรีย ฉีดให้ทั่วภายในหมวก แล้วน้ำไปผึ่งลม จะช่วยลดเรื่องกลิ่นอับชื้นและช่วยฆ่าเชื้อราพร้อมทั้งประหยัดเวลา สะดวกในการพกพา

เมื่อมีอาการคันยุกยิกในบริเวณ หน้าผาก หรือหนังศีรษะ ทั้งๆที่ก็สระผมอยู่ทุกวัน และหากในชีวิตคุณจำเป็นจำต้องสวมหมวกไปไหนมาไหนอยู่เป็นประจำ  ก็ควรตั้งข้อสงสัยได้เลยนะคะ ว่า หมวกของเราสะอาดพอแล้วหรือยัง และถึงเวลาที่ต้องทำความสะอาดแล้วหรือไม่ ก่อนที่หมวกคุณจะกลายเป็นพาหนะ นำ เชื้อรา รังแค ผมร่วง มาให้ในอนาคตค่ะ

 

 

 

 

mContent_Image31102552111537

หมวกกันกระแทก จักรยาน กับเชื้อรา

การปั่นจักรยานเป็นกิจกรรมที่สนุกและได้ออกกำลังกายไปในตัว แต่ทว่าด้วยความเร็วและสถาานที่ในการปั่นจักรยาน สามารถทำให้มีโอกาสที่อุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ  ดังนั้นในการปั่นจักรยานจึงจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันแรงกระแทรก เพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นให้ ลดน้อยลง หรือเกิดอันตรายแก่ร่างกายให้น้อยที่สุด

อุบัติเหตุหากเกิดขึ้นไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ถลอกหรือเป็นหนักถึงขั้นสมองได้รับการกระทบกระเทือน ก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บทั้งสิ้น และหมวกกันกระแทกก็เป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ นักปั่นควรให้ความมสำคัญในการสวมใส่ทุกครั้งในการปั่นจักรยาน และถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับศีรษะและสมองค่ะ

หมวกกันกระแทก เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงกระแทก ซึ่งแรงกระแทกนั้นไม่ได้มาจากความรุนแรงที่มาจากความเร็วขณะขับขี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเกิดจากการทำให้หยุดแบบกระทันหันอีกด้วย ดังนั้น หมวกกันกระแทกส่วนใหญ่จึงทำจากวัสดุที่มีความแข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบาอย่าง EPS หรือ Expanded Polystyrene ซึ่งทำจากโฟมอัดกันจนแข็งแรงมีคุณสมบัติช่วยกระจายและดูดซับ

แรงกระแทกที่จะส่งผลต่อศีรษะแลสมอง  จากนั้นก้จะหุ้มเปลือกนอกด้วยพลาสติกบางๆ ที่จะมีความสวยงามและมีความลื่น จะช่วยกระจายแรงกระแทกที่มีผลมาจากแรงกดในบริเวณที่กระทบกับพื้นแข็งลดลง ทำให้ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุที่มีผลกับกระดูกคอของผู้ขับขี่และยังช่วยห่อหุ้มโฟมให้คงสภาพที่จะรองรับแรงกระแทกได้อีกด้วย

เห็นคุณสมบัติของหมวกกระแทกแล้วเชื่อว่าหลายคนคงจะเห็นประโยชน์และหันสวมใส่หมวกกันกระแทกขณะปั่นจักรยาานกันมากขึ้น แต่สำหรับใครที่คำนึงถึงความปลอดภัยและใส่หมวกกันกระแทกเป็นประจำอยู่แล้ว อย่าลืมว่า การดูแลเรื่องความสะอาดก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะ ด้วยองค์ประกอบของตัวหมวกกันกระแทกที่ไม่ได้มีแค่ โฟม และพลาสติกเท่านั้น แต่ยังมีวัสดุบางอย่างที่หากไม่ดูแลเรื่องความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ  หรือขาดการรักษาความสะอาด ก็จะกลายเป็นชนวณ นำเชื้อรา รังแค หรืออาการผิดปกติในเรื่องของ เส้นผมและหนังศีรษะมาให้แน่นอนค่ะ

และด้วย หลักในการสวมหมวกกันกระแทกที่ถูกต้องคือ ขนาดหมวกต้องพอดีและกระชับครอบคลุมทั่วพื้นที่ศีรษะ วัสดุที่จะช่วยเสริมให้เกิดความกระชับพอดีได้นั้น นั่นก็คือ ฟองน้ำ หรือเบาะที่ใช้เสริมภายในหมวก ช่วยให้การสวมใส่หมวกกันกระแทกสบาย ช่วยซับเหงื่อ และช่วยเสริมพิ้นที่ให้ในกรณีหมวกหลวมไม่พอดี แต่หากไม่ถอดมาซักหรือผึ่งแดด บ้าง ก็จะกลายเป็นที่สะสมของฝุ่น คราบเหงื่อ ความชื้นทันที ทำให้ฟองน้ำเสื่อมสภาพการงานเร็ว และยังนำมาซึ่งปัญหา กลิ่นอับชื้น อาการคันหนังศีรษะ รังแค เชื้อรา และผมร่วงได้อีกด้วย ดังนั้น ทุกครั้งหลังจากที่มีการใช้งานแล้ว ควรมีการถอดนำมาซักและผึ่งแดด เพือป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์และปัญหา เชื้อรา

วิธีทำความสะอาดและการจัดเก็บหมวกกันกระแทก

ควรใช้เพียงฟองน้ำและน้ำสบู่ทั่วไป ในการทำความสะอาดภายนอก แล้วเช็ดให้แห้ง

และในกรณีภายใน หากมีชิ้นส่วนใดถอดได้ก็ควรมีการซัก ด้วยน้ำอุ่นและแชมพู จากนั้น ล้างน้ำเปล่าให้ฟองแชมพูออกให้หมด แล้วนำไปตากให้แห้ง ก่อนนมาเก็บไว้ให้พ้นจากฝุ่นละออง หรือเก็บในที่ ที่มีความชื้นสูง หรือ มีความร้อนมาก

ในกรณีอากาศไม่เอื้ออำนวย หรือไม่สะดวกที่จะทำความสะอาดอยู่เป็นประจำนั้น การใช้เสปรย์ฆ่าเชื้อและระงับกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้วนำมาผึ่งลม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยในกรณีนี้ได้ นอกจากจะช่วยทุ่นแรงในการทำความสะอาดแล้ว ยังช่วยให้สะดวกในการพกพาติดตัวไปในสถานที่ต่างๆได้อีกด้วยค่ะ