(เชื้อรา)ภัยคุกคาม หนังศีรษะกับหมวก ของข้าราชการ

ในอดีต คนเราใช้ประโยชน์จากหมวก เพียงแค่กันแดด กันฝนเท่านั้น ต่อมาเมื่อโลกมีวิวัฒนการและเทคโนโลยีที่มากขึ้น หมวกก็ถูกพัฒนาและทำขึ้นมาจากหลากหลายวัสดุ และมีลักษะดีไซน์ที่แตกต่างออกไปอย่างมากมาย และหมวกซึ่งนอกจากจะใช้ประโยชน์แล้ว ปัจจุบัน หมวกยังกลายเป็นแฟชั่นและกลายเป็นองค์ประกอบในเครื่องแบบ เพื่อแสดงถึงอำนาจ และสถานะทางสังคม  อีกด้วย  

ตำรวจ ทหารบก ทหารอากาศ ทหารเรือ เป็นอีกอาชี่พหนึ่งที่มีหมวกเป็นองค์ประกอบของเครื่องแบบอันศักดิ์สิทธิ์ และเมื่อมีการแต่งเครื่องแบบ ก็จะต้องสวมหมวกด้วยเพื่อรักษาระเบียบวินัยและเป็นการให้เกีรยติต่อเครื่องแบบในอาชีพตัวเอง และด้วยอากาศในเมืองไทย ที่อบอ้าว มีแดดร้อนจ้าแทบทุกวัน ทำให้ ข้าราชการไทย อย่าง ตำรวจ ทหารต่างๆ จะต้องเจอกับเหงื่อและความอับชื้นอยู่เป็นประจำ ซึ่งไม่ดีแน่ๆหากพูดถึงเรื่องของสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ

หมวกที่มีการใช้งานอยู่เป็นประจำ และโดนเหงื่ออยู่บ่อยๆจะทำให้เกิดความอับชื้น และจะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบททีเรียและเชื้อราเป็นอย่างดี อีกประการหนึ่งคือ ศีรษะที่ถูกปกคลุมไปด้วยเส้นผม เมื่อเจอ ฝุ่น ควัน สัมผัส ศีรษะเรา ที่เต็มไปด้วยเหงื่อ และน้ำมัน (ต่อมเหงือและต่อมไขมัน ขับออกมาเพราะความร้อนจากอากาศ)  ในส่วนนี้จะกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นเยี่ยมของเชื้อรา เชื้อราจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยความชื้นและอากาศ เมื่อ พบเจอกับสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนเส้นผมและหนังศีรษะที่อับชื้น การเจริญเติบโตของเชื้อราก็จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลให้เกิด กลิ่นไม่พึงประสงค์ คันหนังศีรษะ รังแค เชื้อรา และผมร่วง ผมบาง ในที่สุดค่ะ

การสระผมทุกครั้งหลังจากที่มีเหงื่อออก จะช่วยลดการสะสมของแบททีเรียและลดความเสี่ยงที่เกิดปัญหาเกี่ยวกับ เส้นผม และหนังศีรษะได้ ในคนปกติ ที่ไม่ต้องสวมหมวกเป็นประจำ และนอกจากการสระผมเป็นประจำแล้ว ยังต้องเพิ่มการเอาใจใส่ และวิธีดูแลทำความสะอาดหมวก สำหรับคนที่จำเป็นต้องสวมหมวกอยู่เป็นประจำด้วย ดังนั้น การดูแลรักษาหมวกคือสิ่งจำเป็นที่ควรต้องทำค่ะ

หมวกข้าราชการ หรือหมวกหม้อตาลนั้น ใช้ผ้าในการเย็บและใช้ฟองน้ำบุหุ้มไว้ภายในตัวหมวกและปัญหา เชื้อรา และกลิ่นอับชื้น ก็มักจะเกิดขึ้นกับ วัสดุ2อย่างนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่สามารถถอดออกมาซักได้ ดังนั้นควรจะหาวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมกับและสะดวกที่สุดค่ะ

  1. เมื่อไหร่ที่อยากจะทำความสะอาด ขจัดคราบเหงื่อออกไปให้หมด โดยการซักก็ควรการมีหมวกไว้สำรองใช้ ตั้งแต่2ใบขึ้นไป เผื่อใบที่ซัก แห้งไม่ทัน
  2. หลังจากการใช้หมวก ไม่ควรเก็บหมวกไว้ในที่อับ ชื้น ควรมีการผึ่งลม หรือ แดดอ่อนๆเพื่อระบายอากาศและความอับชื้น
  3. การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาปรับอากาศเช็ดหมวกแล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง  จะช่วยลดกลิ่นอับชื้นกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
  4. ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือช่วงเวลาที่ไม่สะดวกทำความสะอาดหมวกแล้วนำไปผึ่งแดดได้ การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา และแบททีเรีย ฉีดให้ทั่วภายในหมวก แล้วน้ำไปผึ่งลม จะช่วยลดเรื่องกลิ่นอับชื้นและช่วยฆ่าเชื้อราพร้อมทั้งประหยัดเวลา สะดวกในการพกพา

เมื่อมีอาการคันยุกยิกในบริเวณ หน้าผาก หรือหนังศีรษะ ทั้งๆที่ก็สระผมอยู่ทุกวัน และหากในชีวิตคุณจำเป็นจำต้องสวมหมวกไปไหนมาไหนอยู่เป็นประจำ  ก็ควรตั้งข้อสงสัยได้เลยนะคะ ว่า หมวกของเราสะอาดพอแล้วหรือยัง และถึงเวลาที่ต้องทำความสะอาดแล้วหรือไม่ ก่อนที่หมวกคุณจะกลายเป็นพาหนะ นำ เชื้อรา รังแค ผมร่วง มาให้ในอนาคตค่ะ

 

 

 

 

Views All Time
Views All Time
Views Today
Views Today